Tops ประกาศเปิด ‘ร้านขายสินค้าบิวตี้’ ใช้ชื่อว่า LOOKS เน้นสินค้านำเข้าราคาดี เขย่าวงการรับหิ้ว ตั้งเป้าขยาย 100 สาขาใน 2 ปี

เขย่าวงการบิวตี้ เขย่าวงการรับหิ้ว เมื่อผู้ค้าปลีกรายใหญ่อย่าง TOPS ประกาศเปิดตัว LOOKS ร้านขายสินค้าความงาม สุขภาพ และการดูแลตัวเอง พร้อมประกาศจะเปิดให้ได้ 100 สาขาภายใน 2 ปี

ถ้าใครชอบเดิน Tops คงรู้จักโซน LOOKS โซนขายสินค้ากลุ่มความงาม สุขภาพ และดูแลตัวเองของ Tops เป็นอย่างดี เพราะ Tops ใช้เวลากว่า 7 ปีในการปั้นแบรนด์ LOOKS ขึ้นมาให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น จนกระทั่งตัดสินใจสปินออฟแบรนด์ใน Tops ออกมาเป็น ‘ร้านมัลติบิวตี้แบรนด์’ ในรูปแบบสแตนอโลนในวันนี้

จุดต่างคือ Only at LOOKS ผู้จะมาเขย่าวงการร้านหิ้ว

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ในประเทศไทยมีร้านมัลติแบรนด์ในหมวดหมู่ความงามหลากหลายเจ้า ดังนั้น เจ้าใหม่ที่จะเข้ามาทำตลาด จำเป็นจะต้องสร้างความแตกต่างจากเจ้าอื่นๆ

LOOKS จึงปักหมุดสร้างแตกต่างจากร้านบิวตี้สโตร์อื่นๆ ด้วยหมวดหมู่ Only at LOOKS หรือ สินค้าที่จะมีจำหน่ายเฉพาะใน LOOKS เท่านั้น

โดยจะ เน้นสินค้านำเข้ายอดฮิตจากต่างประเทศที่ยังไม่เคยมีจำหน่ายในประเทศไทยมาก่อน หรือ สินค้าบิวตี้แบรนด์ไทยที่ยังไม่เคยลงจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดมาก่อน ซึ้งสินค้าหมวดนี้จะมีสัดส่วนมากถึง 15% จากสินค้าทั้งหมดภายในร้าน

Only at LOOKS กำเนิดจากเพนพ้อยท์ที่ปกติลูกค้าสายบิวตี้ จะต้องคอยหาซื้อสินค้าใหม่ๆ อัปเดตตามเทรนด์จากร้านหิ้วหรือฝากเพื่อนซื้อจากต่างประเทศ ทำให้ลูกค้าอาจต้องเสี่ยงกับสินค้าที่ไม่ได้มาจากร้านทางการ

แต่เมื่อมีหมวด Only at LOOKS ลูกค้าก็จะสามารถหาซื้อสินค้าเหล่านั้นจาก LOOKS ได้แล้ว ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสี่ยงกับร้านที่ไม่ใช่ร้านค้าทางการ รวมถึงสามารถตัดสินใจซื้อได้อย่างมั่นใจ มากขึ้น เพราะได้ทดลองสินค้าก่อนด้วย และสะดวกขึ้นเพราะสามารถซื้อเมื่อไรก็ได้ตามต้องการไม่ต้องรอของ

ยกตัวอย่างสินค้าในหมวดนี้ อาทิ แบรนด์ plu จากเกาหลี แบรนด์ lalaChuu ที่โด่งดังเรื่องมาร์สกแนบรูปหน้า แบรนด์ FATION ที่โด่งดังเรื่องสินค้าสำหรับคนเป็นสิว หรือแบรนด์ Lavum ที่โด่งดังเรื่องเจลลี่บำรุงผิว

ซึ่งผู้บริหารของ LOOKS เล่าว่า เมื่อคอนเซปต์ของสินค้ากลุ่ม Only at LOOKS เป็นแบบนี้ แน่นอนว่าไลน์สินค้าจึงจะต้องอัปเดตอยู่ตลอดเวลา โดย LOOKS จะให้ความสำคัญกับการหาแบรนด์ใหม่ๆ สินค้าใหม่ๆ ตามเทรนด์ความงามใหม่ๆ มานำเสนอลูกค้าโดยตลอด

นอกจากนั้น LOOKS ยังมีสิ่งที่เรียกว่า Solution Bar มีที่ปรึกษาด้านความงามคอยให้คำแนะนำกับผู้ใช้ เน้นปัญหาเฉพาะบุคคล อย่างเช่น ผิวแพ้ง่าย ผิวเป็นสิว เพื่อให้ประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า

โดยนอกจากสินค้า Only at LOOKS แล้ว LOOKS ยังมีสินค้านำเข้าจำหน่ายในสัดส่วนมากถึง 50% ตามด้วยสินค้าไทยอีก 30% ครอบคลุมทุกหมวดหมู่หัวจรดเท้า ตั้งแต่สกินแคร์ เครื่องสำอาง แฮร์แคร์ บอดี้แคร์ วิตามิน และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทำไม Tops ถึงตัดสินใจมาลุยบิวตี้สโตร์

เหตุผลที่ Tops ตัดสินใจเปิดแบรนด์ใหม่มาลุยตลาดความงามอย่างเต็มตัวก็ไม่ใช่อะไร นอกจากเห็นว่า ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่าง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดนี้ในอาเซียนโตขึ้นถึง 3 เท่า

ขณะที่ตลาดนี้ในไทยมีมูลค่าสูงถึง 180,000 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะโตถึง 290,000 ล้านบาทในอีก 8 ปีข้างหน้า โดยผู้บริหารของ TOPS บอกว่า คนไทยเองหันมาดูแลสุขภาพและความงามตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้สินค้าในหมวด LOOKS ที่ขายอยู่ภายใน Tops มียอดขายติดท็อป 5 จากทุกหมวดหมู่มาโดยตลอดและเติบโตต่อเนื่องในระดับ 2 ดิจิท

เทรนด์การใช้งานสกินแคร์ตอนนี้จะเน้นไป 3 เรื่องหลักๆ ได้แก่ เน้นใช้น้อย ลดความซับซ้อน คลีนบิวตี้ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพแบบมีหลักฐานพิสูจน์ยืนยัน (evidence-based)

สำหรับแผนของ LOOKS สาขาแรกจะเปิดให้บริการ ‘โรบินสัน ศรีสมาน’ ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ ก่อนเดินหน้าเปิดอีก 10 สาขาภายในปีนี้ โดยจะเน้นเปิดให้บริการในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ก่อน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีทราฟิกตรงกับกลุ่มเป้าหมายอย่าง กลุ่มคนไทยอายุน้อย ใกล้มหาวิทยาลัย

เมื่อสอบถามว่า ต่อไปจะได้เห็น LOOKS ในศูนย์การค้าของเซ็นทรัลทุกศูนย์หรือไม่ ทางผู้บริหารไม่ได้ยืนยัน แต่บอกว่าจะเป็นการพิจารณาตามความเหมาะสมของทราฟิกของแต่ละสาขา โดยแม้ว่าจะมี Tops อยู่แล้วก็ยังสามารถมี LOOKS ได้อีก

พร้อมเป้าหมายใหญ่สู่การเปิด LOOKS 100 สาขาภายในปี 2028 หรือ 2 ปีนับจากนี้นี่เอง 

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา