ออริจิ้น กางโรดแมปลงทุนภูเก็ต อัดคอนโด-โรงแรม ดันพอร์ต 3.16 หมื่นล้าน


07 ส.ค. 2569 | 18:09น.
ธนกร วุฒิพงษ์

ออริจิ้นกางแผนบุกภูเก็ตต่อเนื่อง 3 ปี หลังลงทุนแล้ว 8 โครงการ ตั้งเป้าพอร์ตสะสม 31,600 ล้านบาทภายในปี 2571 ปีนี้เปิดตัวคอนโดเชิงทะเล-ป่าตอง JV บิ๊กเครือโรงแรมผุด 3 แห่ง ทยอยเปิดไตรมาส 4/69 ถึงปี 2571
 
นับตั้งแต่ปี 2566 ที่ Origin Group บุกลงทุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตตามทิศทางการเติบโตภายใต้แนวคิด “Origin Infinity” ถึงวันนี้ (ณ สิ้น Q2/2569) มีมูลค่าเงินลงทุนรวม 18,350 ล้านบาท และยังมีแผนลงทุนต่อเนื่องต่อยอดธุรกิจระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มโครงการโรงแรมที่กำลังอยู่ในแผนงาน (Hotels in pipeline) ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Lifetime Company ที่กระจายความเสี่ยงครอบคลุมหลากหลายธุรกิจอสังหาฯ สร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกมิติ และคลื่นรายได้รอบใหม่จากโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและขายกำลังจะเข้ามาในช่วงไตรมาส 4 /2569 เป็นต้นไป

นายธนกร วุฒิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการบริหารธุรกิจตลาดต่างประเทศ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า ความเป็น World Class Destination ของภูเก็ต ซึ่งเป็นทั้งเมืองพักผ่อนตากอากาศและ Global Safe Zone บ้านหลังที่สองของชาวต่างชาติ

สำหรับเครือออริจิ้น ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯจากกรุงเทพฯ รายแรก ๆ ที่เข้ามาบุกตลาด ตั้งแต่ปี 2566 เปิดตัวคอนโด “ดิ ออริจิ้น กะทู้ ป่าตอง” โครงการแรก ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทำให้มั่นใจในเป้าหมายเปลี่ยนภูเก็ตเป็นฐานธุรกิจสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยรูปแบบการลงทุนนั้นจะมี 2 ลักษณะ 1.ร่วมลงทุนกับพันธมิตร (Joint-Venture) และ 2.ลงทุนเองทั้งหมด 100%

จากนั้นขยายพอร์ตที่อยู่อาศัยแนวราบ และวิลล่า ผ่าน บมจ.บริทาเนีย จำกัด เปิดตลาดซูเปอร์ลักเซอรี่ด้วยแบรนด์ใหม่ชื่อ “บัลโค บางเทา บีช“ มูลค่า 1,350 ล้านบาท เจาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติและตลาดลักเซอรี่ในพื้นที่ท่องเที่ยว และขยายสู่กลุ่มโรงแรม ธุรกิจสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income)

พอร์ตสะสม 3 ปี 1.8 หมื่นล้าน

โดยนับตั้งแต่ปีแรกที่ Origin Group บุกลงทุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตตามทิศทางการเติบโตบริษัทภายใต้แนวคิด Origin Infinity ในปี 2566 ถึง ณ สิ้น ไตรมาส 2/2569 มูลค่าเงินลงทุนรวม 18,350 ล้านบาท แบ่งเป็น

1.กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งคอนโด และพูลวิลล่า ทั้งหมด 8 โครงการ จำนวน 3,937 ยูนิต มูลค่าการลงทุนรวม 15,650 ล้านบาท โดยมียอดขายเฉลี่ยเกินกว่า 60% พร้อมทั้งยังได้สร้างอาณาจักรมิกซ์ยูส บน 2 ทำเล คือ 1.ออริจิ้น รีสอร์ท เวิล์ด ภูเก็ต  บางเทา บีช และ 2.ออริจิ้น ลากูน เชิงทะเล ภูเก็ต

2.กลุ่มธุรกิจโรงแรม อยู่ในแผนงานพัฒนา 3 โครงการ จำนวน 601 keys  มูลค่า 2,700 ล้านบาท ได้แก่ มอตโต ภูเก็ต กะตะ และ Urban Micro-hotel จากเครือ Hilton กำหนดเปิดให้บริการไตรมาส 3/2571 และ ม็อกซี่ เชิงทะเล กำหนดเปิดให้บริการ ไตรมาส 4/2571

และม็อกซี่ ภูเก็ต เจ้าฟ้า แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์รุ่นใหม่ในเครือ Marriott Bonvoy กำหนดเปิดให้บริการ ไตรมาส 4/2569

“โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเราเร่งมืออย่างเต็มที่ควบคู่ไปกับการทำการตลาดเชิงรุกในหลากหลายรูปแบบ พอร์ตอสังหาฯภูเก็ต เรามีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยสัดส่วนของชาวต่างชาติ 3  อันดับแรก คือ รัสเซีย 46.6%, โปแลนด์ 15.9%, จีน 6.4% และอื่น ๆ 31.1%”

เร่งอัดลงทุนเพิ่ม คอนโด-โรงแรม

สำหรับสเต็ปการลงทุนถัดไปเข้าสู่ช่วงวางฐานรากเพื่อสร้างการเติบโตต่อเนื่อง โดยในช่วงระยะเวลา 3 ปี (2569-2571) ต่อจากนี้ จะมีการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่รวม 11,650 ล้านบาท ส่งผลให้พอร์ต ออริจิ้น ภูเก็ต เติบโตจาก 18,350 ล้านบาท ขยับขึ้นเป็น 30,000 ล้านบาท ในปี 2571 พร้อมสร้างรายได้ใหม่เพิ่มจากโครงการสร้างเสร็จพร้อมส่งมอบและรายได้ประจำ จากกลุ่มโรงแรมที่เปิดให้บริการ ประกอบด้วย

โดยในปี 2569 บริษัทจะเปิดตัวคอนโด 2 โครงการบนทำเลใหม่ ได้แก่ ย่านเชิงทะเล และกะทู้-ป่าตอง รวมมูลค่า 3,500 ล้านบาท

และระหว่างปี 2570-2571 จะมีคอนโดใหม่เพิ่ม 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8,150 ล้านบาท บนทำเลหาดบางเทา, เชิงทะเล, หาดสุรินทร์, หาดกะตะ และเมืองภูเก็ต
 
นอกจากนี้ ออริจิ้น จะสามารถสร้างคลื่นรายได้รอบใหม่ที่เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป จากโครงการที่ก่อสร้างเสร็จและส่งมอบให้กับลูกค้า จาก 2 โครงการเพิ่มเติม “โซ ออริจิ้น บางเทา บีช” มูลค่า 2,800 ล้านบาท และ “บัลโค บางเทา บีช” มูลค่า 600 ล้านบาท

ในปี 2570 เพิ่มอีก 2 โครงการ คือ โดยทั้ง 2 โครงการเป็นโครงการที่บริษัทพัฒนาเอง 100% และปี 2571 เพิ่มคอนโด 1 โครงการและโรงแรม 1 แห่ง

3.กลุ่มธุรกิจโรงแรม จะมีการลงทุนในโรงแรมใหม่ ปี 2570-2571 จำนวน 2 แห่ง มูลค่า 1,880 ล้านบาท โดยปัจจุบันอยู่ในช่วงของการศึกษาข้อมูลและเจรจาร่วมกับพันธมิตร

พร้อมทั้งจะมีการเปิดให้บริการจาก 3 โรงแรมที่ลงทุนไปในช่วงก่อนหน้าและทยอยสร้าง Recurring Income ต่อเนื่องให้กับบริษัท
 
ธนกร ระบุว่า ช่วงปี 2569-2571 ถือเป็น “ช่วงเวลาเริ่มแห่งเก็บเกี่ยวรายได้” หลังจากที่บริษัทได้ปูพรมลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ โดยโครงการต่าง ๆ จะเริ่มก่อสร้างแล้วเสร็จและทยอยส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างคลื่นรายได้รอบใหม่ ที่ทยอยไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องและมั่นคงทั้งจากอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย และกลุ่มรายได้ประจำ
 
นายธนกร ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกสเต็ปการลงทุนของ ออริจิ้น ภูเก็ต เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ Lifetime Company เพื่อเติบโตในทุกช่วงชีวิตของผู้บริโภคแบบไม่สิ้นสุด สะท้อนภาพการเข้าไปให้บริการของธุรกิจในเครือ Origin Group ตั้งแต่การซื้อ-ขาย ไปจนถึงงานบริการหลังการขาย และการบริการจัดการสินทรัพย์ ที่ดูแลโดยกลุ่มธุรกิจในเครือ บมจ.พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น ที่ให้บริการตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ และปลายน้ำตอบโจทย์การใช้ชีวิตในอนาคตยุค Longevity Economy ที่ผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการบริหารความมั่งคั่งในระยะยาวมากขึ้น

สอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภคในปัจจุบันทุกโครงการที่ ออริจิ้น พัฒนาล้วนอยู่บนทำเล Super Destination ของภูเก็ตทั้งโซนเซ็นเตอร์ภูเก็ต กะทู้-ป่าตอง กะตะ เชิงทะเล หรือ บางเทา ล้วนเป็นโซนที่มีดีมานด์ทุกตลาด ตอบโจทย์ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยและการลงทุน
 
“การบุกตลาดภูเก็ตของ Origin Group จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การขยายการลงทุนทางธุรกิจ แต่คือการปักหมุดสร้างรากฐานความเติบโตอย่างยั่งยืนบนทำเลศักยภาพระดับโลก ผ่านการส่งมอบที่อยู่อาศัยและบริการคุณภาพ ขับเคลื่อนให้ ออริจิ้น ก้าวสู่การเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ระดับแถวหน้าที่เคียงข้างการเติบโตของภูเก็ต ด้วยพอร์ตการลงทุนที่ครอบคลุมทั้งโครงการเพื่อขาย และธุรกิจโรงแรมที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) พร้อมแรงส่งจากคลื่นรายได้รอบใหม่ที่จะเกิดขึ้น มั่นใจว่า ภูเก็ต จะเป็นหนึ่งในทำเลหลักที่ช่วยขับเคลื่อนพอร์ตธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”