ไทย-สหรัฐ ผนึกกำลังล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เผยพิรุธที่ “โอร์เสม็ด” โยงค้าอวัยวะ

ไทย-สหรัฐ ผนึกกำลังล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ เผยพิรุธที่ “โอร์เสม็ด” พบห้องผ่าตัด-อุปกรณ์แพทย์ โยงขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์

วันที่ 8 พ.ค. 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนจากกระทรวงแรงงาน

ร่วมแถลงผลการหารือกับรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ภายหลังเดินทางเยือนระหว่างวันที่ 21-25 เม.ย. ที่ผ่านมา เพื่อยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ การค้ามนุษย์ และแรงงานบังคับ

นางหัทยา เปิดเผยว่า ไทยได้หารือกับหน่วยงานสหรัฐที่ทำหน้าที่ติดตามและประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ทั่วโลก ซึ่งไทยถูกจัดให้อยู่ในระดับเทียร์ 2 ต่อเนื่อง 4 ปี โดยไทยได้นำเสนอผลการดำเนินงานด้านการปราบปรามค้ามนุษย์ การคุ้มครองแรงงาน และการแก้ปัญหาแรงงานบังคับอย่างรอบด้าน รวมถึงความคืบหน้าการผลักดันให้สินค้าไทยถูกถอนออกจากบัญชีสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานเด็กและแรงงานบังคับ

นางหัทยา กล่าวอีกว่า สหรัฐได้ชื่นชมการทำงานของไทยที่บูรณาการทุกหน่วยงาน ทั้งด้านการป้องกัน ปราบปราม และการกำหนดนโยบาย ซึ่งสิ่งที่สหรัฐให้ความสนใจและติดตามการดำเนินงานของไทย คือ ตัวเลขสถิติการจับกุมการป้องกันปราบปราม

นางหัทยา กล่าวต่อว่า ที่สำคัญไทยมีมาตรการเข้มข้นมากขึ้น ทั้งกฎหมายใหม่ พ.ร.บ.ใหม่ที่นำมาบังคับใช้ มีกลไกระหว่างหน่วยงานในการดูแลเหยื่อการค้ามนุษย์ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

นางหัทยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สหรัฐยังให้ความสำคัญกับปัญหาค้ามนุษย์ออนไลน์และแก๊งหลอกลวงออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังพบว่าชาวอเมริกันตกเป็นเหยื่อสูงที่สุด มูลค่าความเสียหายมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมแสดงความจริงจังที่จะร่วมมือกับไทยในการติดตามจับกุมผู้กระทำผิด

ด้าน พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า สหรัฐให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเครือข่ายที่ตั้งอยู่ในกัมพูชา เมียนมา และลาว ซึ่งหลอกลวงเหยื่อกว่า 40 ประเทศทั่วโลก ไม่เฉพาะชาวอเมริกัน

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ไทยยังได้รับคำชื่นชมเรื่องการตั้งศูนย์ติดตามและช่วยเหลือผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสหรัฐเตรียมนำรูปแบบไปเป็นต้นแบบจัดตั้งศูนย์ในลักษณะเดียวกัน รวมถึงความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนข้อมูล การยึดทรัพย์ และออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวต่อว่า อีกประเด็นสำคัญที่ไทยนำเสนอ คือข้อมูลแก๊งโอร์เสม็ด ซึ่งถือเป็นเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค มีคนเกี่ยวข้องมากกว่า 10,000 คน ภายในพื้นที่พบห้องควบคุมตัว สถานที่บังคับใช้แรงงานและทรมานผู้คน รวมถึงห้องผ่าตัด เครื่องเอกซเรย์ และอุปกรณ์ทางสูตินรีเวช

“ทั้งไทยและสหรัฐตั้งข้อสงสัยว่าอาจเชื่อมโยงกับขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล”

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวต่อว่า ปัจจุบันยังมีชาวต่างชาติถูกหลอกเข้ามาในประเทศไทย ก่อนถูกส่งต่อไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยช่วงแรกเป็นการสมัครใจเดินทาง แต่เมื่อถึงปลายทางกลับถูกบังคับใช้แรงงานและถูกทรมานหากขัดขืน

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีข้อมูลจากสถานทูตบราซิลว่า มีชาวบราซิลอย่างน้อย 30 คน ถูกหลอกไปทำงานในกัมพูชา ขณะเดียวกันยังพบเหยื่อจากไต้หวันและญี่ปุ่นถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน ทำให้ไทยต้องเร่งสกัดไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านของขบวนการเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ถูกมองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวอีกว่า จากการหารือครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกาเข้าใจถึงความตั้งใจและความจริงจังของไทยในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ และเชื่อว่าจะส่งผลเชิงบวกต่อการพิจารณาจัดอันดับเทียร์ของไทยในอนาคต

ทั้งนี้ สํานักงานตํารวจแห่งชาติเตรียมยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ผ่านระบบ SHIELD เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ 18 ประเทศ และอีก 3 องค์กรสำคัญระดับโลก รวมถึงเอฟบีไอ และตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพลด้วย