การเดินทางไปหัวหินครั้งนี้แตกต่างจากทุกครั้ง เพราะเราไม่ได้ไปเพื่อเปลี่ยนที่นอนหรือหาคาเฟ่ถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออกไปสัมผัสคอมมูนิตี้สายแอ็กทีฟในทริป Wellness สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ทาง Alo Thailand ตั้งใจคัดสรรมาให้สมาชิกได้รีเซตร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน ซึ่งคอนเซปต์ของแบรนด์นี้ที่เราสัมผัสได้เสมอ คือความเชื่อที่ว่าการดูแลตัวเองเริ่มต้นจากภายในสู่ภายนอก และการพาสมาชิกมาเจอกันในโลเคชันที่มีเอกลักษณ์แบบนี้ อย่าง The Standard, Hua Hin ก็ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าสุขภาพที่ดีกับไลฟ์สไตล์ที่ดูดีนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน




The Experience
ในทริปนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นการปรนนิบัติร่างกายและจิตใจอย่างครบวงจร ท่ามกลางบรรยากาศงานดีไซน์ที่ยูนีกของ The Standard, Hua Hin
หลังจากเช็กอิน เรามาฝากท้องไว้ที่ Lido ห้องอาหารอิตาเลียนและ All-day Dining ที่เสิร์ฟตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ส่วนมื้อเช้าก็มีตัวเลือกรายการอาหารหลากหลายและอเมริกันเบรกฟาสต์ที่ปริมาณกำลังดี


เริ่มต้นช่วงบ่ายด้วย Mixology Workshop เวิร์กชอปที่พาเราสร้างสรรค์เครื่องดื่มสุขภาพ มาช่วยเติมความสดชื่นและปลุกพลังงานบวกก่อนจะเข้าสู่ไฮไลต์ที่ทุกคนรอคอย
Beachfront Yoga สิ่งที่ทำให้การฝึกครั้งนี้ไหลลื่นและสบายตัว ส่วนหนึ่งต้องยกให้ชุดของ Alo ที่เราเลือกใส่ โดยเฉพาะเนื้อผ้าซิกเนเจอร์อย่าง Airlift ที่บางเบาและระบายอากาศได้ดีมาก เหมาะกับอากาศริมทะเลที่มักมีความชื้นและความร้อนสูง เนื้อผ้าที่ยืดหยุ่นแต่ยังเก็บทรงได้ดีช่วยให้การขยับร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการยืดเหยียดหรือบิดตัว ทำได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องชุดรั้ง เมื่อบวกกับจังหวะเสียงคลื่นซัดเบาๆ และลมทะเลที่ปะทะหน้า มันทำให้เรารู้สึกนิ่งและจดจ่อกับตัวเองได้ง่ายขึ้น


จากนั้นผ่อนคลายกันต่อที่ Mud Lounge ภายใน Standard Spa ที่ให้คุณได้สนุกกับการพอกโคลนธรรมชาติเพื่อดีท็อกซ์ผิว
ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนด้วย Exclusive Dinner ริมทะเลที่ Praça ห้องอาหารไทยสุดคูลในบ้านโบราณสไตล์โคโลเนียลที่ตกแต่งให้มีความร่วมสมัย พร้อมพื้นที่เอาต์ดอร์ริมทะเลที่คัดสรรเมนูพิเศษมาเพื่อสมาชิกในทริปนี้โดยเฉพาะ


The Vibe
มาถึง The Standard, Hua Hin ทั้งที ถ้าไม่เล่าถึงบรรยากาศก็คงจะแปลก เป็นโรงแรมที่ยิ่งอยู่นานไปทุกอย่างยิ่งดูเข้าที่เข้าทางขึ้นมาก พื้นที่ที่เคยดูใหม่ในช่วงแรก ตอนนี้เต็มไปด้วยความเขียวขจีของต้นไม้ที่โตจนปกคลุมไปทั่ว ยิ่งช่วงที่แสงแดดตกลงมาโดนตึกสีขาวที่มีความโค้งมนที่เป็นเอกลักษณ์ บอกเลยว่าไวบ์ดีสุดๆ แถมยังมีสีสันจากเหล่าน้องหมาน้องแมวที่เจ้าของพามาเที่ยวด้วย ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาและเป็นกันเองมากขึ้นเยอะเลย
สำหรับห้องพักทั้ง 199 ห้อง จะมีดีไซน์หลักๆ แบ่งเป็น Suite ที่อยู่บนตึก กับ Pool Villa ที่กระจายตัวอยู่ตามสวน ซึ่งห้องแบบสวีตจะคุมโทนสีขาว-เหลืองที่เป็นสไตล์เฉพาะของสาขาหัวหิน ส่วนตัวเราค่อนข้างชอบดีไซน์ในห้องพักนะ มันมีความชิคแต่ก็ยังให้ความรู้สึกที่น่าพักผ่อนจริงๆ
และจุดที่ใครมาก็ต้องเช็คอินคือ สระว่ายน้ำ ที่มีเตียงผ้าใบสีเหลือง ตัดกับผ้าเช็ดตัวลายทางที่เป็นภาพจำของหัวหินไปแล้ว การได้สั่งเครื่องดื่มเย็นๆ จาก Pool Bar มาจิบระหว่างนอนอาบแดด คือช่วงเวลาที่ชิลที่สุดของทริปเลยก็ว่าได้


ทริปนี้อาจจะเป็นประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสมาชิก Alo แต่ในมุมมองของคนชอบเที่ยว เรามองว่านี่คือต้นแบบของ Wellness Lifestyle ที่เข้าถึงง่ายและดูชิคสำหรับทุกคนที่อยากจะลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง ท่ามกลางบรรยากาศงานดีไซน์สวยๆ และคอมมูนิตี้ที่พร้อมจะแชร์พลังบวกให้แก่กัน
ใครที่สนใจอยากสัมผัสไวบ์แบบนี้ สามารถติดตามคอมมูนิตี้ของแบรนด์ได้ที่ LINE Official Account: @alothailand
ภาพ: ALO, The Standard Life




