ในวันที่ 9 พฤษภาคม รัสเซียจัดพิธีสวนสนามเพื่อเฉลิมฉลอง วันแห่งชัยชนะ เพื่อฉลองให้กับการเอาชนะกองทัพนาซีเยอรมนีของนายอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่การจัดงานในปีนี้ถูกลดขนาดลงมาเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ เป็นผลมาจากภัยอันตรายจากการสู้รบกับยูเครนที่กินเวลามากว่า 4 ปี
พิธีสวนสนามวันที่ 9 พฤษภาคม ถือเป็นหนึ่งในวันหยุดประจำปีที่สำคัญที่สุดของชาวรัสเซีย เนื่องจากเป็นวันที่ยกย่อง เชิดชูเกียรติความกล้าหาญของทหารสหภาพโซเวียต รวมถึงไว้อาลัยให้กับประชาชนชาวโซเวียตกว่า 27 ล้านคนที่เสียชีวิตในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ตามปกติแล้ว พิธีสวนสนามวันแห่งชัยชนะจะเป็นโอกาสให้รัสเซียนำยุทโธปกรณ์ชั้นนำของกองทัพ เช่น ขีปนาวุธข้ามทวีปติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ มาร่วมขบวนด้วย แต่ในปีนี้ไม่มีการนำทหารหรือยุทโธปกรณ์ต่างๆ มาร่วมพิธีสวนสนามในจตุรัสแดงเหมือนตามปกติ แต่ยังคงมีทหารรัสเซียร่วมเดินสวนสนามด้วย เช่นเดียวกับยังมีเครื่องบินรบบินผ่านพระราชวังเครมลิน ด้านประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ และวางดอกไม้ไว้อาลัยที่หลุมศพทหารนิรนาม
นายยูริ ยูชาคอฟ ผู้ช่วยของประธานาธิบดีรัสเซีย ระบุกับสื่อว่า พิธีสวนสนามดำเนินไปตามปกติ แค่ไม่มีการนำยุทโธปกรณ์มาร่วมขบวนด้วย

ทั้งนี้ รัสเซียและยูเครนจะมีการหยุดยิงเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 9 – 11 พฤษภาคม และแลกเปลี่ยนนักโทษ 1,000 คน เนื่องในโอกาสวันแห่งชัยชนะ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ แสดงความหวังว่าการหยุดยิงนี้จะได้รับการขยายเวลาออกไปจากเดิมมาก
แต่สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งเป็นสงครามที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัสเซียขู่ว่าหากยูเครนมีความพยายามใดๆ เพื่อรบกวนการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะ จะต้องถูกตอบโต้กลับด้วยการโจมตีขีปนาวุธใส่กรุงเคียฟ




