ปชน. จี้รบ.เพิ่มสัดส่วนผู้หญิง ในคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ชี้ช่วยลงลึกรากเหง้าปัญหา-ผลกระทบ

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้งคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ โดยมีผู้แทนจำนวน 22 คน นำโดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานนั้น ว่า เมื่อลองพิจารณาจากรายชื่อตัวแทนทั้งหมดทั้งรายบุคคลหรือเป็นตัวแทนโดยตำแหน่งจะพบว่าไม่มีผู้หญิงเลย ซึ่งสิ่งนี้ขัดแย้งกับคำมั่นของไทยที่จะเพิ่มสัดส่วนของผู้หญิงในการเจรจาพูดคุยด้านสันติสุขและการพูดคุยในระดับต่างๆ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศประกาศอย่างต่อเนื่องต่อสหประชาชาติ เรื่องวาระสตรี สันติภาพ และความมั่นคงภายใต้ข้อมติคณะมนตรีแห่งสหประชาชาติที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์ในปี พ.ศ.2543 ซึ่งอีกยี่สิบปีต่อมา กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ก็จัดทำแผนปฎิบัติการของไทยเรื่องวาระสตรี สันติภาพ และความมั่นคง ที่เริ่มใช้เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2568 ซึ่งมีนายสีหศักดิ์เป็นประธาน

นายวิสุทธิ์ กล่าวต่อว่า สัดส่วนของสตรีในการเจรจาต่างๆ มีความสำคัญมาก เพราะการศึกษาของสหประชาชาติและสถาบันต่างๆ ทั่วโลก พบตรงกันคือ ว่า การมีสัดส่วนผู้หญิงจะช่วยให้การพูดคุยลงลึกถึงรากเหง้าของปัญหา ผลกระทบต่อผู้คน และจะทำให้ข้อตกลงเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ขณะที่ตัวแทนที่เป็นผู้ชาย มักพูดกันเรื่องอาวุธกับอำนาจจัดการพื้นที่ แต่ผู้หญิงโดยเฉพาะที่มาจากภาคประชาชนไม่ใช่ตัวแทนรัฐ ไม่ได้มองแค่เรื่องความมั่นคง แต่จะหยิบยกชีวิตประจำวันใกล้ตัว เช่น การศึกษา สาธารณสุข และผู้คนรอบข้าง เช่น เด็ก และผู้สูงอายุ มาพูดคุยด้วย ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยทั่วโลกมีผู้หญิงมีอยู่ในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ ร้อยละ 9.6 และเป็นผู้ประสานงานร้อยละ 13.7 แต่สำหรับกรณีของไทยอยู่ที่ร้อยละศูนย์ ประเทศไทยอาจมีการอ้างในภายหลังว่าจะส่งตัวแทนหน่วยงานที่เป็นผู้หญิงเข้าเป็นทีมงาน แต่ความหมายของวาระนี้คือ ผู้หญิงที่เป็นตัวแทนภาคประชาชน เพราะจะช่วยสะท้อนความเห็นในฐานะประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ในฐานะตัวแทนรัฐ การพูดคุยที่รากเหง้าของปัญหา จึงจะเกิดขึ้นจริง ฉะนั้น ขอเรียนร้องให้รัฐบาลเพิ่มสัดส่วนและบทบาทของผู้หญิงในการพูดคุยสันติสุข และการเจรจาในทุกระดับ