สตาร์เมอร์ นายกฯผู้ดี ลั่นบริหารปท.ต่อ หลังถูกลูกพรรค กดดันหนักให้ลาออก ปมพ่ายเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ท้าทายกระแสเสียงเรียกร้องให้เขาลาออก โดยบอกกับคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลของตนเองว่า เขาจะทำหน้าที่นำการบริหารประเทศต่อไป แม้ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านจะมีความกดดันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ให้เขากำหนดเวลาที่จะลงจากตำแหน่ง หลังจากนำพรรคแรงงานพ่ายแพ้การเลือกตั้งท้องถิ่นไปอย่างหมดรูปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี สตาร์เมอร์ ซึ่งก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีไม่ถึง 2 ปี ย้ำว่าแม้เขาจะรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งครั้งเลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของพรรคแรงงาน แต่จะยังไม่มีการดำเนินการอย่างเป็นทางการเพื่อให้มีการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแรงงานคนใหม่

ตามรายงานของทำเนียบนายกรัฐมนตรีระบุว่า สตาร์เมอร์กล่าวกับคณะรัฐมนตรีว่า “48 ชั่วโมงที่ผ่านมาได้ทำให้รัฐบาลไม่มั่นคงและนั่นส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริงต่อประเทศและครอบครัวของเรา” และว่า “ประเทศคาดหวังให้เราบริหารประเทศต่อไป นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ และสิ่งที่เราต้องทำในฐานะคณะรัฐมนตรี”

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สตาร์เมอร์พยายามจะรักษาเก้าอี้ของตนเองเอาไว้ต่อไปด้วยการให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญและเร่งด่วนมากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ

ท่าทีของสตาร์เมอร์ขัดแย้งกับความรู้สึกของส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรคแรงงาน ที่ในวันอังคาร(12 พ.ค.)นี้ มีรัฐมนตรีช่วยรายหนึ่งได้ลาออกจากตำแหน่งหลังจากที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลสตาร์เมอร์ได้พากันตบเท้าลาออก ขณะที่ส.ส.พรรคแรงงานมากกว่า 80 คน ดาหน้าออกมาเรียกร้องให้สตาร์เมอร์ประกาศวันลาออกอย่างเป็นทางการ เพื่อที่พรรคจะได้กำหนดเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ให้เป็นที่เรียบร้อย

Advertisement

ทั้งนี้ สตาร์เมอร์ นำพรรคแรงงานก้าวขึ้นกุมอำนาจบริหารประเทศ หลังจากนำพรรคชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายในเดือนกรกฎาคมปี 2024 ซึ่งเป็นการปิดฉากยุครุ่งเรืองของพรรคอนุรักษนิยม(ทอรี)ที่กุมอำนาจมายาวนานถึง 14 ปี ก่อนที่ความนิยมของสตาร์เมอร์จะลดลงอย่างมาก ในขณะที่การสนับสนุนต่อพรรคการเมืองที่ต่อต้านการอพยพเข้าเมืองอย่างพรรคปฏิรูปยูเค (Reform UK) ซึ่งนำโดยนายไนเจล ฟาราจ ผู้สนับสนุนเบร็กซิทนั้นกลับพุ่งสูงขึ้น

กระทั่งในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคแรงงานได้สูญเสียที่นั่งในอังกฤษไปมากกว่า 1,460 ที่นั่ง ส่วนใหญ่พ่ายให้กับพรรคปฏิรูปยูเค รวมถึงยังพ่ายเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาในสกอตแลนด์และเวลส์ด้วย ซึ่งนับเป็นผลการเลือกตั้งย่ำแย่ที่สุดของพรรคการเมืองที่อยู่ในอำนาจในรอบกว่า 3 ทศวรรษ