นักเดินทางควรรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ ‘Hantavirus’

หลังเกิดการระบาดของ Hantavirus สายพันธุ์ Andes บนเรือสำราญ M/V Hondius จนมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย หลายคนเริ่มสงสัยว่าไวรัสชนิดนี้คืออะไร อันตรายแค่ไหน และนักเดินทางควรกังวลหรือไม่ โดยเฉพาะคนที่กำลังมีแผนไปอเมริกาใต้หรือท่องเที่ยวธรรมชาติในช่วงนี้

เกี่ยวกับ ‘Hantavirus’

 
 

แม้องค์การอนามัยโลก (WHO) จะยังประเมินว่าความเสี่ยงต่อประชากรโลกอยู่ในระดับต่ำ แต่ Hantavirus ก็ถือเป็นโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง และนักเดินทางควรรู้เท่าทันไว้ออกก่อนเดินทาง

Hantavirus คืออะไร?

Hantavirus เป็นไวรัสที่มักพบในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู และติดต่อสู่คนผ่านการสูดดมละอองจากปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น ฝุ่นในห้องพักเก่า กระท่อมกลางป่า โกดัง หรือพื้นที่ปิดที่มีหนูอาศัยอยู่ ไวรัสชนิดนี้พบได้หลายสายพันธุ์ทั่วโลก แต่กรณีล่าสุดที่กำลังถูกจับตาคือสายพันธุ์ Andes ซึ่งพบในอเมริกาใต้ ซึ่งต่างจากสายพันธุ์อื่นตรงมีรายงานว่า ‘สามารถติดต่อได้จากคนสู่คน’ แม้จะยังไม่ใช่การแพร่เชื้อที่เกิดขึ้นง่ายเหมือนไข้หวัดหรือโควิดก็ตาม

อาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัด

สิ่งที่ทำให้ Hantavirus น่ากังวลคือ ช่วงแรกอาการจะคล้ายไข้หวัดธรรมดามาก ทั้งไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง อ่อนเพลีย หรือเบื่ออาหาร ทำให้หลายคนอาจไม่ทันสังเกต ในบางราย อาการสามารถลุกลามไปสู่ภาวะปอดอักเสบ หายใจลำบาก และระบบหายใจล้มเหลวได้ โดยสายพันธุ์ในทวีปอเมริกามีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงประมาณ 30-50%

อีกจุดที่ควรรู้คือ ระยะฟักตัวค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ประมาณ 4-42 วัน หมายความว่าบางคนอาจเริ่มมีอาการหลังกลับจากทริปไปแล้วหลายสัปดาห์

แล้วนักเดินทางอย่างเราควรกังวลไหม

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า ‘ยังไม่ต้องตื่นตระหนก’ เพราะ Hantavirus ไม่ใช่โรคที่แพร่กระจายง่ายในชีวิตประจำวัน และเรือสำราญเองก็ไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงหลักของโรคนี้

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นหากเดินทางไปยังพื้นที่ธรรมชาติ พื้นที่ชนบท หรือสถานที่ที่มีสัตว์ฟันแทะจำนวนมาก เช่น แคมป์ปิง เดินป่า พักกระท่อมกลางธรรมชาติ หรือเข้าไปในพื้นที่ปิดร้างที่อาจมีหนูอาศัยอยู่

โดยเฉพาะคนที่กำลังเดินทางไปอเมริกาใต้ในช่วงนี้ ควรระมัดระวังมากขึ้นเป็นพิเศษ

วิธีป้องกันตัวเองระหว่างเดินทาง

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) แนะนำว่า วิธีป้องกันที่สำคัญที่สุดคือหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ฟันแทะและพื้นที่ปนเปื้อน โดยสิ่งที่ควรทำ ได้แก่

  • หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีร่องรอยหนูหรือมูลสัตว์
  • หากเข้าพื้นที่ปิดหรือกระท่อมเก่า ควรเปิดระบายอากาศก่อน
  • ไม่ใช้แก้วน้ำ ช้อนส้อม บุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้าร่วมกับผู้อื่น
  • ล้างมือให้บ่อย โดยเฉพาะหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • หากเริ่มมีไข้ ปวดเมื่อย หรือหายใจผิดปกติหลังเดินทาง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางทันที

แม้โอกาสเจอโรคนี้ยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับโรคทางเดินหายใจอื่นๆ แต่เหตุการณ์บนเรือสำราญครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เตือนให้นักเดินทางเห็นว่า โลกหลังโควิดยังเต็มไปด้วยโรคต่างๆ มากมายและความเสี่ยงที่เราอาจไม่เคยนึกถึง โดยเฉพาะเมื่อการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและการเดินทางระยะไกลกำลังกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ภาพ: Shutterstock