The Taste of Homecoming จากราเม็งรสมือแม่ที่คุ้นเคย สู่ตำรับราเม็งเฉพาะตัวที่โด่งดัง

“อาหารที่อร่อยที่สุดคืออาหารที่ทำโดยคนที่เรารัก และรักเรามากที่สุด สำหรับผมมันคืออาหารฝีมือแม่ ได้ทานเมื่อไรก็มีความสุขเมื่อนั้น แล้วแม่ก็มีปรัชญาในการทำอาหารเพื่อต้องการให้คนทานมีความสุขทุกครั้งที่ได้ลิ้มรส” ตำรับรสมือแม่นั้นมักทำให้เรานึกถึงบ้านได้เสมอ นั่นคือนิยามของ The Taste of Homecoming รสชาติแห่งความคิดถึงในมุมมองของ เชฟชินจิ อิโนะอุเอะ แห่ง No Name Noodle ผู้คุ้นเคยกับราเม็งรสมือแม่มาตั้งแต่เด็กและเติบโตมากับฝีมือการทำราเม็งของคุณแม่ที่ไม่เพียงแต่พิถีพิถันในทุกขั้นตอนเท่านั้นแต่ยังคำนึงถึงความสุขของคนที่ได้ลิ้มรสเสมอด้วย รากแห่งจิตวิญญาณญี่ปุ่นที่ซึมซับจนหยั่งลึกนี้เองเป็นต้นกำเนิดของการก่อร่างสร้างตำรับราเม็งเฉพาะตัวที่เลิศรสน่าลิ้มลองไม่เหมือนใคร

ภาพราเม็ง No Name Noodle รสมือแม่ โดย เชฟ ชินจิ อิโนะอุเอะ 1

ตำรับอร่อยของ No Name Noodle ในกิจกรรม LIFE TABLE: The Taste of Homecoming ครั้งนี้เชฟชินจิตั้งใจนำเสนอราเม็งชามพิเศษตำรับใหม่ล่าสุดที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อต่อยอดการเล่าเรื่องราวเส้นทางเสิร์ฟความอร่อยในเมืองไทยมาตลอด 4 ปี โดยในปีแรกเป็นราเม็งตำรับเล่าเรื่องราวของ “คาเอชิ (Kaeshi)” หรือซอสซึ่งเป็นโชยุสูตรพิเศษที่นำมาจากญี่ปุ่นซึ่งนี่คืออีกหัวใจสำคัญของรสชาติราเม็ง ส่วนปีที่สองเป็นราเม็งที่เลือกเล่าเรื่องราวของ “ดาชิ (Dashi)” อันเป็นซุปสไตล์ญี่ปุ่นที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นสำคัญของการทำราเม็ง หัวใจสำคัญของดาชิก็คือความ “อุมามิ (Umami)” แล้วหนึ่งในหัวใจสำคัญอันเป็นเคล็ดลับความอร่อยก็คือ “คอมบุ (Kombu)” หรือสาหร่ายทะเลนั่นเอง โดยที่นี่เลือกใช้ “ริชิริคอมบุ (Rishiri Kombu)” ซึ่งเป็นสาหร่ายทะเลจากเกาะริชิริที่อยู่ทางตอนเหนือสุดของฮอกไกโด และได้รับการยกย่องว่าเป็นวัตถุดิบสำหรับทำดาชิที่ดีที่สุดและเลิศรสที่สุดอีกด้วย ต่อมาในปีที่สามเป็นการเล่าเรื่องราวของ “ข้าวสาลี (Wheat)” ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของการทำเส้นราเม็ง โดยสูตรเด็ดเฉพาะตัวคือการนำแป้งข้าวสาลีคุณภาพเยี่ยมมาจากฮอกไกโดมาทำเป็นเส้นสดตำรับโฮมเมดด้วยตนเอง 

ภาพราเม็ง No Name Noodle รสมือแม่ โดย เชฟ ชินจิ อิโนะอุเอะ 2

สำหรับตำรับล่าสุดในปีที่สี่นี้ก็คือการนำเอาเรื่องราวที่เล่ามาทั้งหมดหลอมรวมกันจนกลายเป็นราเม็งสำรับพิเศษนี้ขึ้นนั่นเอง “ปีนี้เราเปิดร้านมาครอบรอบ 4 ปีพอดีครับ ในแต่ละปีเราก็จะเล่าเรื่องราวของราเม็งแต่ละชามแตกต่างกันไป สูตรและวัตถุดิบก็จะต่างกันไปด้วย แต่ความพิเศษของคราวนี้ก็คือการนำเอาเคล็ดลับความอร่อยทุกอย่างทั้งหมดมารวมกันเป็นตำรับเดียว” เชฟชินจิเล่าสรุปถึงราเม็งชามล่าสุดที่เขาตั้งใจเสิร์ฟความอร่อยด้วยใจ โดยตำรับนี้เขาตั้งชื่อว่า “มัตสึริ (Matsuri)” ซึ่งหมายถึงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง นั่นยังสะท้อนถึงปรัชญาที่เขาซึมซับและได้รับการถ่ายทอดมาจากคุณแม่อย่างเต็มเปี่ยมในความต้องการอยากให้คนทานมีความสุขและรื่นรมย์ไปกับมื้อสุดพิเศษนี้ที่เขาบรรจงทำอย่างสุดฝีมือ 

ภาพราเม็ง No Name Noodle รสมือแม่ โดย เชฟ ชินจิ อิโนะอุเอะ 3

ความพิเศษของตำรับ “มัตสึริ (Matsuri)” นี้คือการเสิร์ฟสำรับราเม็งให้เราได้เลือกอร่อยหลากหลายรูปแบบ ส่วนของเส้นราเม็งผสมผสานสามรูปแบบในชามเดียว ตั้งแต่เส้นหนานุ่มขาวนวลที่ทำจากข้าวสาลีผสมโมจิ เส้นเหนียวหนึบสีเข้มที่ทำจากตัวเปลือกข้าวสาลีผสมโฮจิฉะ (ชาคั่ว) และเส้นใหญ่เขียวเข้มแผ่นบางสุดพิเศษที่เรียกว่า “อิตตันโมเม็ง (Ittan Momen)” นี้ทำจากจมูกข้าวสาลีผสมมัจฉะ พร้อมเครื่องเคียงคาวที่เป็นหมูชาชูจากฮอกไกโดกับเนื้อไก่จากเมืองไทยและเป็ดซูวีซึ่งใช้เป็ดบาร์บารีสายพันธุ์ฝรั่งเศส ทั้งหมดเสิร์ฟพร้อมไข่ดิบและซุปสไตล์ “คอมบุซุยสึเคเม็ง (Kombusui Tsukemen)” แบบราเม็งจุ่มซึ่งเลือกอร่อยได้ทั้งสไตล์โชยุราเม็ง (Shoyu Ramen) และชิโอะราเม็ง (Shio Ramen) ตามต้องการ 

ภาพราเม็ง No Name Noodle รสมือแม่ โดย เชฟ ชินจิ อิโนะอุเอะ 4

“ราเม็งไม่ใช่แค่อาหารแต่มันคือสิ่งที่สามารถทำให้คนมีความสุขได้ นั่นเป็นสิ่งที่คุณแม่ปลูกฝังและสอนผมมาตั้งแต่เด็ก แล้วนี่ก็คือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ผมเลือกมาเป็นเชฟราเม็ง และอยากทำราเม็งอร่อย ๆ ให้คนทั้งโลกได้ทาน” จากตำรับก้นครัวในบ้านสู่ราเม็งชามโปรดของท้องถิ่น การเปิดร้านราเม็งของคุณแม่ในฟุกุโอกะกลายเป็นรากฐานสำคัญต่อยอดให้เชฟชินจิตัดสินใจบินมาเปิดร้านราเม็งสูตรของตนเองที่กรุงเทพฯ ในวันนี้ ไม่ใช่เฉพาะความอร่อยในแบบฉบับญี่ปุ่นที่เขาอยากถ่ายทอดให้คนไทยได้ลิ้มลองเท่านั้นแต่ยังรวมถึงการส่งต่อความสุขให้สังคมที่เขายึดมั่นตามปรัชญาดั้งเดิมของแม่ด้วยเช่นกัน “ผมดีใจที่ได้ทำให้ผู้คนมีความสุขครับ ทั้งจากการทำอาหารและการได้ร่วมโปรเจกต์ช่วยเหลือสังคมครั้งนี้ ดีใจที่ราเม็งของเราสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ในมิติอื่น ๆ ได้ด้วย แล้วมันยังย้อนกลับมาเป็นกำลังใจสำคัญให้เรามุ่งมั่นอยากทำราเม็งให้ดียิ่งขึ้นต่อไป” มืออร่อยได้บุญในตำรับของ เชฟชินจิ อิโนะอุเอะ จะจัดขึ้นในวันที่ 6 มิ.ย. 2026 นี้ (ราคา 2,200 บาท/ท่าน) ณ No Name Noodle ใครสนใจรีบสำรองที่นั่งกันได้เลย (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด)  

ภาพราเม็ง No Name Noodle รสมือแม่ โดย เชฟ ชินจิ อิโนะอุเอะ 5

สำหรับกิจกรรม LIFE TABLE: The Taste of Homecoming ครั้งนี้ The Standard Life ร่วมแรงร่วมใจกับ ศิริราชมูลนิธิ (Siriraj Foundation) รังสรรค์ 4 มื้อพิเศษขึ้นเพื่อถ่ายทอดความหมายของ “การกลับบ้าน” บอกเล่าเรื่องราวชวนหวนคิดถึงวันวานในหลากหลายมุมมอง แล้วถ่ายทอดผ่านการสร้างสรรค์ตำรับอร่อยเฉพาะตัวในแบบฉบับของเชฟแต่ละท่าน พร้อมชวนทุกคนมาลิ้มลองตำรับพิเศษที่จะทำให้ประทับใจไม่รู้ลืม นอกจากนี้ทุกมืออร่อยในโครงการยังได้เป็นส่วนหนึ่งของการระดมทุนเพื่อปรับปรุงห้องผ่าตัด โรงพยาบาลศิริราชอีกด้วย (สามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า)

สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมตลอดจนสำรองที่นั่งพร้อมร่วมบริจาคได้ที่  คลิก ›