อิรัก-ปากีสถาน ปิดดีลกับอิหร่าน ขอผ่านฮอร์มุซ เตหะรานกระชับอำนาจ อนุมัติเรือผ่านช่องแคบ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า ประเทศอิรักและปากีสถานได้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน เกี่ยวกับการส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวจากอ่าวอาหรับผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นการแสดงอำนาจของอิหร่านในการควบคุมการไหวเวียนของห่วงโซ่พลังงานที่ส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ข้อตกลงระหว่างอิหร่านและอิรักพูดถึงการอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ของอิรัก ซึ่งบรรทุกน้ำมันดิบรวมทั้งสิ้น 4 ล้านบาร์เรล ให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยรัฐบาลอิหร่านกำลังเร่งดำเนินงานให้อิหร่านอนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมันของอิรักใช้ช่องแคบฮอร์มุซได้มากขึ้น ซึ่งการเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้

“อิรักเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของอิหร่าน และหากเศรษฐกิจของอิรักได้รับผลกระทบ ผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของอิหร่านในอิรักก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน” แหล่งข่าวระบุ อิรักเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่ได้รับผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซมากที่สุด เพราะการส่งออกน้ำมันดิบส่วนใหญ่ของอิรักต้องใช้ผ่านช่องแคบดังกล่าว

อิหร่านได้แจ้งกับอิรักให้ส่งข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาทิ ประเทศปลายทาง รายละเอียดของสินค้าบนเรือ และเจ้าของเรือ เพื่อที่อิหร่านจะอำนวยความสะดวกให้เรือดังกล่าวผ่านช่องแคบได้โดยใช้เส้นทางเดินเรือที่กำหนดเอาไว้เป็นพิเศษโดยมีกองทัพเรืออิหร่านคอยดูแล

ด้านข้อตกลงระหว่างปากีสถานและอิหร่านส่งผลให้เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของประเทศกาตาร์จำนวน 2 ลำผ่านช่องแคบฮอร์มุซเพื่อมุ่งหน้าไปยังปากีสถานได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นผลดีต่อปากีสถานอย่างมากเพราะกำลังหาทางจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อปริมาณการใช้พลังงานที่พุ่งสูงในช่วงฤดูร้อน

Advertisement

ทั้งนี้ อิรักและปากีสถานไม่ได้จ่ายเงินให้กับอิหร่านหรือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เพื่อให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือของตัวเองผ่านน่านน้ำดังกล่าวได้ ขณะที่กาตาร์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อตกลงทวิภาคีระหว่างอิหร่านและปากีสถาน แต่ทางกาตาร์ได้แจ้งกับสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการส่งเรือบรรทุก LNG ไปให้กับปากีสถานล่วงหน้า

นายคลาดิโอ สตูเออร์ ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันออกซ์ฟอร์ดด้านพลังงานศึกษา ให้ความเห็นว่าการเปิดฉากของสงครามอิหร่านส่งผลกระทบโดยตรงต่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านระงับการสัญจรในช่องแคบทั้งหมด ส่วนสหรัฐทำการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน แต่ท่าทีของอิหร่านเริ่มเปลี่ยนไปในช่วงที่ผ่านมา จากการปิดช่องแคบไปเป็นการควบคุมการเข้า-ออกภายในช่องแคบ ทำให้ฮอร์มุซไม่ใช่เส้นทางเดินเรืออย่างเสรีเหมือนในอดีต แต่เป็นเส้นทางสัญจรที่ถูกควบคุมโดยอิหร่าน

ประเทศต่างๆ กำลังมองหาโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านในลักษณะที่คล้ายกับอิรักและปากีสถาน เพราะหลายประเทศได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะประเทศในทวีปเอเชียที่พึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม นายซาอูล คาโวนิค หัวหน้านักวิจัยจากสถาบันให้คำปรึกษา MST Marquee กล่าวว่า “ในขณะที่รัฐบาลต่างๆ ต้องการที่จะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านให้เรือของตัวเองผ่านฮอร์มุซได้ ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะสร้างความเคยชินให้กับแนวคิดของอิหร่านที่จะควบคุมช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร”

อิหร่านต้องการที่จะควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไปหลังสงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐกับอิสราเอลจะยุติ นอกจากนั้นอิหร่านยังเรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกการคว่ำบาตร ชดเชยความเสียหายจากสงคราม และเข้าถึงสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกสหรัฐอายัดเอาไว้ เพื่อแลกกับการบรรลุข้อตกลง ซึ่งนี่เป็นเงื่อนไขที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐรับไม่ได้