
วิลลี วอลช์ ประธานสมาคมขนส่งอากาศระหว่างประเทศ กล่าวกับ BBC ในฐานะตัวแทนของอุตสาหกรรมการบินว่า เนื่องจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เที่ยวบินไปยุโรปต้องขึ้นราคาอย่างเลี่ยงไม่ได้
วอลช์กล่าวว่า แม้สายการบินบางแห่งจะลดอัตราค่าโดยสารในเที่ยวบินไปยุโรป เพื่อดึงดูดผู้โดยสารให้มาใช้บริการมากขึ้น แต่ไม่มีทางที่สายการบินจะแบกรับต้นทุนที่สูงเช่นนี้ได้ในระยะยาว โดยเมื่อวันพุธที่ 13 พฤษภาคม แดน จอร์เกนเซน กรรมาธิการด้านพลังงานของยุโรปเน้นย้ำถึงประเด็นดังกล่าวเช่นกันว่า “แม้เราจะยังไม่ขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในระยะสั้น แต่ก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่จะเกิดปัญหาด้านอุปทานในระยะยาวได้”
นอกจากนี้ วอลช์เผยถึงความกังวลว่าอังกฤษอาจมีน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เพียงพอในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึงว่า ปกติแล้วในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม คุณจะเห็นว่ามีการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินและปริมาณการใช้เชื้อเพลงราว 25% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม หากไม่มีการหาแหล่งน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองที่เพียงพอ อาจเกิดภาวะขาดแคลนในช่วงฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการสูงสุด” อย่างไรก็ตาม วอลช์ย้ำว่ายังไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก อีกทั้งได้รับการยืนยันจากสายการบินอังกฤษแล้วว่า ขณะนี้น้ำมันเชื้อเพลิงยังคงเพียงพอ
อย่างไรก็ตาม วอลซ์ยืนยันว่า แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอีกครั้งในตอนนี้ ก็ไม่ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงในทันที รวมถึงผลกระทบของวิกฤตในตะวันออกกลางจะยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายเดือน หรืออาจส่งผลจนถึงปีหน้า
ด้านโฆษกรัฐบาลอังกฤษเสริมว่า ผู้จำหน่ายเชื้อเพลิงเก็บสต็อกเชื้อเพลิงสำหรับเรือเดินทะเลไว้เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และรัฐบาลกำลังทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมการบินเพื่อให้เที่ยวบินยังคงให้บริการต่อไป รวมถึงปรึกษาหารือเกี่ยวกับ “มาตรการที่จะช่วยให้สายการบินวางแผนตารางบินที่ทำได้จริง ซึ่งจะช่วยเลี่ยงการยกเลิกเที่ยวบินในนาทีสุดท้าย และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับการเดินทางช่วงวันหยุดของประชาชน




