ปิดหน้าออนไลน์ : คอร์รัปชั่น สะเทือนทั่วไทย โจทย์ใหญ่ที่ต้องรื้อทั้งโครงสร้าง ใช่ปะ-ผุ

ปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่นในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องใหม่นัก ไม่เพียงแต่ NGO , องค์กรต่างประเทศ หรือ ภาคการเมือง ก็ออกมาพูดเรื่องนี้กันให้เรื่อยๆ เปรียบเทียบดัชนีคอร์รัปชั่น กับการพัฒนาประเทศ ที่ดูจะสวนทางกัน

แต่การออกมาพูดเรื่อง คอร์รัปชั่นของ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ครั้งนี้ แตกต่างจากทุกครั้ง

เพราะออกมาพูดโดยภาคธุรกิจ ที่ไม่ค่อยเปิดปากพูดเรื่องนี้ แต่ในช่วงหลัง ออกมาพูดถี่ขึ้น ด้วยเพราะนอกจากเศรษฐกิจบ้านเมืองจะแย่จากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ยังถูกซ้ำเติมขูดรีดจากเจ้าพนักงานของรัฐจนทำให้ต้นทุนดำเนินธุรกิจเพิ่มไม่หยุด

60.9% คือตัวเลขของผู้ขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐ ที่พบการร้องขอสิ่งตอบแทนในการยื่นขออนุญาต หรือการพูดสื่อเป็นนัย

ขณะที่ 45.9% ของผู้ประกอบการ ยืนยันว่าเคยจ่ายเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวก

Advertisement

กระจายออกไปในรูปแบบต่างๆ ทั้ง เงินสด ของขวัญ เลี้ยงรับรอง หรือ การบริจาคและสปอนเซอร์ต่างๆ

เหตุที่ต้องจ่ายเงิน ก็ไม่พ้น ขั้นตอนที่ซับซ้อน กฎหมายเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจมากเกิน และกว่า 43.7% บอกว่าไม่กล้าที่จะร้องเรียน

หนักหนาขนาดว่า กกร.ประเมินว่า หากแก้ไขปัญหาทุจริตและเรียกรับสินบนไปได้อย่างจริงจัง ราคาสินค้าและบริการ จะลดลงได้มากถึง 20-30% เลยทีเดียว

มากกว่าเหตุผลเพราะความเป็นเอกชนออกมาเปิดเผยจนทำให้สั่นสะเทือนไปทั่วแล้ว การออกมาแฉด้วยความสุดกลั้นของภาคธุรกิจครั้งนี้ มาพร้อมกับชื่อหน่วยงาน และ จำนวนเงินที่รับในแต่ละครั้ง 10 อันดับแรก กระจายอยู่ทั้ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง ไปจนถึงกระบวนการยุติธรรม

และก็น่าแปลก ที่คอมเมนต์ของประชาชนในโลกออนไลน์ กลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับตัวเลขและหน่วยงานเหล่านี้เท่าใดนัก

นำลิ่วที่ กรมควบคุมมลพิษ กับจำนวนเงินเสนอต่อครั้ง 102,160 บาท เต้นถึง สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ที่เรียกอธิบดีมาแจงทันที พร้อมออกมาโต้ว่า อำนาจหน้าที่ของคพ.นั้น ไม่มีอำนาจการจับ เพียงแต่เข้าไปตรวจ และท้าให้เปิดหลักฐานหากเป็นเรื่องจริง

พลันให้เห็นความเห็นของผู้อ่านมติชนออนไลน์ ที่อยากให้ลองเทียบกับ ดัชนีการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐหรือ ITA ดูเสียหน่อย

รอบปีที่ผ่านมา “กรมควบคุมมลพิษ” รั้งที่ 10 ของกระทรวง แต่มีคะแนนสูงถึง 95.06 เรียงๆกันมากับ กรมป่าไม้ ได้ 92.84 และ กรมอุทยานฯ ที่ 92.42 คะแนน

ส่วนกรมเจ้าท่า จากกระทรวงคมนาคม ก็เรียกว่ามีคะแนนสูงไม่แพ้กัน ฟาดไปที่ 91.55 คะแนน ขณะที่ กรมสรรพาสามิต ที่รั้งท็อป 3 ในชาร์ต กกร. กับจำนวนเงินเสนอ 94,667 บาท ก็อยู่ที่อันดับ 28 จาก 30 ของกระทรวงการคลัง ที่คะแนน 90.96 คะแนน

การออกมาเปิดเผยตัวเลขของ กกร.ครั้งนี้ คงจะไม่กระทบใจคนไทย ถ้าก่อนหน้านี้ เราไม่ได้เห็นภาพของ ตึกสตง.ที่ถล่มลงมาทั้งตึก เพียงเพราะแผ่นดินไหว

คงไม่กระทบใจ หากเรายังไม่เคยได้ยินข่าวโรงอาหาร 12 ล้านของประกันสังคม หรือ เว็บแอพพ์ประกันสังคม 850 ล้านบาท หรือ เสาไฟบนถนนที่อบต.แต่ละแห่งสร้างขึ้นมา ทั้งๆที่ไม่มีคนได้ใช้มากนัก

และคงไม่กระทบใจ หาก ดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ที่ Transparency International เผยแพร่เมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ไทยตกไปอยู่อันดับ 116 จาก 182 ประเทศ ได้คะแนน 33 จาก 100 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 42 คะแนน ไม่ใช่แค่ร่วงต่อเนื่องนับแต่ปี 2022 แต่ยังลดลงไปอยู่อันดับ 8 ของอาเซียน แพ้ให้กับทั้ง ลาว อินโดนีเซีย และ เวียดนาม ที่รายหลังดัชนีการรับรู้ทุจริตขยับขึ้น ไปเป็นอันดับ 81 ของโลก

ขณะที่ GDP ของไทย ก็ร่วงหล่นไปในทิศทางเดียวกัน เฝ้าดูเพื่อนบ้านเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยจากการคาดการณ์ของ IMF เมื่อเดือนก่อน คาดการณ์ GDP ไทยโตเพียง 1.5% ต่ำสุดในภูมิภาค สวนทางกับเวียดนามที่คาดว่าจะโตถึง 7.1%

ดัชนีคอร์รัปชั่น จึงไม่ใช่สำคัญ เพราะจะทำให้เราซื้อของถูกลง หรือ กินข้าวถูกลง 20-30% เท่านั้น

แต่มันอาจทำให้คนไทยลืมตาอ้าปากไม่ได้เสียที เพราะไม่ว่าภาครัฐอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจเท่าไหร่ ก็ไม่ได้ผล เพราะการรั่วไหลระหว่างทาง ทั้งยังทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติลดลง ฉุดขีดความสามารถในการแข่งขันของคนไทย นักลงทุนต่างชาติย้ายหนี

ที่หากเราไม่เริ่มที่จะแก้ตั้งแต่วันนี้ ก็อาจจะต้องนั่งมองเพื่อนบ้าน เป็นเช่นว่า เวียดนาม แซงหน้าประเทศไทยไปจริงในช่วงไม่กี่ปีนี้แน่นอน

ปิดฉากการเป็น เสือ กลายเป็น คนป่วยแห่งเอเชีย ดั่งภาพที่สื่อนอกมองเข้ามาอย่างปฏิเสธไม่ได้

แน่นอนว่ารัฐย่อมรู้ดีว่าจะแก้คอร์รัปชั่นนั้น ลำเพียงเพียงรับคนเพิ่มแบบ ป.ป.ช. อีก 1,500 คน มาทำงานเชิงรุก แก้ทุจริต ย่อมไม่ทันกับความเสียหายของประเทศหลายแสนล้านบาทต่อปี

แต่ต้องรื้อโครงสร้างรัฐราชการไทยทั้งระบบ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง