
จีนแนะสหรัฐหาแนวทางอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ลั่นเอกราชไต้หวันกับสันติภาพเป็นเหมือนไฟกับน้ำ
สำนักข่าวซินหัวและสื่อตะวันตกรายงานว่า เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐพบหารือกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการ ที่ศาลามหาประชาชน กรุงปักกิ่ง
ก่อนการหารือ ประธานาธิบดีจีนได้จัดพิธีต้อนรับผู้นำสหรัฐ ซึ่งเริ่มต้นด้วยการบรรเลงเพลง Star Spangled Banner ซึ่งเป็นเพลงชาติของสหรัฐ ต่อด้วยการยิงสลุตจำนวน 21 นัด หลังจากนั้นจึงตามด้วยเพลงชาติจีน ขณะที่นักเรียนชั้นประถมร่วมโบกธงชาติจีนและสหรัฐด้วย
สีกล่าวว่า ตั้งหน้าตั้งตาที่จะพูดคุยกับฝ่ายสหรัฐในเรื่องประเด็นสำคัญต่อจีนและสหรัฐ ตลอดจนต่อโลก และหวังว่าจะได้ร่วมมือกับผู้นำสหรัฐในการกำหนดทิศทางและนำพาความสัมพันธ์จีนกับสหรัฐให้ก้าวไปข้างหน้า
และเอ่ยว่า จีนและสหรัฐอเมริกามีผลประโยชน์ร่วมกันมากกว่าความขัดแย้ง ความสำเร็จของฝ่ายหนึ่งถือเป็นโอกาสของอีกฝ่าย และความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มั่นคงระหว่างจีนและสหรัฐย่อมเป็นผลดีต่อโลก
“คำถามสำคัญที่อยู่ตรงหน้าจีนและสหรัฐคือ ทั้งสองประเทศจะสามารถร่วมมือกันเพื่อรับมือกับความท้าทาย และนำเสถียรภาพที่มากขึ้นมาสู่โลกได้หรือไม่ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศและอนาคตของมนุษยชาติ เราจะสามารถร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสยิ่งขึ้นให้กับความสัมพันธ์ทวิภาคี ก้าวข้ามกับดักทูซิดิดีส และสร้างรูปแบบใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจได้หรือไม่” สีกล่าว
พร้อมกล่าวว่า จีนและสหรัฐควรเป็นหุ้นส่วนกัน ไม่ใช่คู่แข่ง และทั้งสองประเทศควรช่วยเหลือกันเพื่อให้สามารถบรรลุผลสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน รวมถึงค้นหาแนวทางที่เหมาะสมสำหรับประเทศมหาอำนาจในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในโลกยุคใหม่
“หวังว่าจะได้ร่วมมือกับท่านในการกำหนดทิศทางและนำพาความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐให้ก้าวไปข้างหน้า เพื่อทำให้ปี 2026 เป็นปีประวัติศาสตร์และเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปิดบทใหม่ของความสัมพันธ์จีนและสหรัฐ” สีกล่าว
นอกจากนั้น สีได้แสดงความยินดีต่อวาระครบรอบ 250 ปีของการประกาศเอกราชของสหรัฐ และเอ่ยถึงการพบหารือด้านการค้าระหว่างฝ่ายสหรัฐและจีนที่กรุงโซลเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ด้วยว่า คณะทำงานด้านเศรษฐกิจและการค้าของสองประเทศสามารถบรรลุผลการหารือที่สมดุลและเป็นบวก ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีของประชาชนของสองประเทศและต่อโลก
พร้อมกล่าวว่า ข้อเท็จจริงได้แสดงให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่า สงครามการค้าไม่มีผู้ชนะ มื่อมีความเห็นต่างและความขัดแย้งเกิดขึ้น การหารือกันบนพื้นฐานที่เท่าเทียมคือทางเลือกที่ถูกต้องเพียงทางเดียว ขอเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันรักษาแนวโน้มเชิงบวกที่พวกเขาได้ร่วมกันสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก
ต่อประเด็นไต้หวัน สีกล่าวว่า การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันคือจุดร่วมที่สำคัญที่สุดระหว่างจีนและสหรัฐ ประเด็นไต้หวันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ หากจัดการเรื่องนี้ได้อย่างเหมาะสม ความสัมพันธ์ทวิภาคีโดยรวมก็จะมีเสถียรภาพ แต่หากไม่สามารถจัดการได้ดี ทั้งสองประเทศอาจเกิดการปะทะกันหรือเกิดความขัดแย้ง ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ทั้งหมดตกอยู่ในอันตรายอย่างร้ายแรง
“เอกราชไต้หวันกับสันติภาพข้ามช่องแคบเป็นสิ่งที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้ เปรียบเสมือนไฟกับน้ำ” สีกล่าว
ด้านทรัมป์กล่าวว่า เขามีความสัมพันธ์ที่มหัศจรรย์กับประธานาธิบดีจีน และสิ่งนี้จะดีขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยเมื่อสหรัฐและจีนเผชิญกับปัญหา ก็สามารถจัดการได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับชื่นชมสีว่า เป็นผู้นำที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเขาได้บอกกับทุกคนเช่นนั้นด้วย
ทรัมป์บอกว่า ทำเนียบขาวได้เชิญผู้นำธุรกิจที่มีอิทธิพลมากที่สุด 30 อันดับแรกของโลกให้ร่วมเดินทางครั้งนี้ และทุกคนก็ตอบรับตกลง เขาไม่ต้องการคนอันดับสองหรืออันดับสามของบริษัท แต่ต้องการเฉพาะผู้บริหารสูงสุดเท่านั้น และวันนี้พวกเขาก็มาที่นี่เพื่อแสดงความเคารพต่อประธานธิบดีสีและจีน
“พวกเขาตั้งตารอการค้าและการทำธุรกิจ และในส่วนของสหรัฐ ก็จะเป็นความสัมพันธ์แบบต่างตอบแทนอย่างสมบูรณ์” ทรัมป์กล่าว
หลังการหารือทวิภาคีระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศเป็นเวลา 2 ชั่วโมง สีพบหารือกับภาคธุรกิจของสหรัฐ และกล่าวว่า ประตูของจีนจะเปิดกว้างมากขึ้นต่อบริษัทสหรัฐ และจะได้รับโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้นในจีน
พร้อมกล่าวว่า บริษัทสหรัฐส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในการเติบโตของจีน ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย และปักกิ่งยินดีต้อนรับสหรัฐในการเพิ่มความร่วมมือแบบตอบแทนซึ่งกันและกัน




