ดร.โจ ร่วมวงถก สัตว์เลี้ยง-สัตว์จรในกทม. ชูนโยบายฝังไมโครชิปฟรี ตั้งศูนย์พักพิงเพิ่ม 3-4 เท่า

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่บ้านเพื่อน Cafe & Creative Space เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมเสวนาและนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรของทีมผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โดยมีนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการ กทม. พรรคประชาชน น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายอริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางกอกน้อย พรรคประชาชน ร่วมวงเสวนา นอกจากนี้ยังมีนายกรชิต สุวรรณ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ และผู้ก่อตั้ง Happy Howl – Dog Training and Behavioural เป็นแขกรับเชิญร่วมเสวนาด้วย

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ปัญหาสัตว์จรในไทยมักเกิดจากทั้งความเคยชินของคนไทยที่มักให้อาหารสัตว์จรจนเข้ามาอาศัยในชุมชน และกรณีเจ้าของนำสัตว์เลี้ยงไปปล่อยเมื่อไม่สามารถรับภาระค่ารักษาได้ ส่งผลให้จำนวนสัตว์จรเพิ่มขึ้นและกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนเมือง พรรคประชาชน กทม.จึงเสนอนโยบายประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง ควบคู่กับการแก้ปัญหาสัตว์จรแบบครบวงจร โดยจูงใจให้เจ้าของนำสัตว์มาขึ้นทะเบียนกับ กทม. ผ่านสิทธิประโยชน์ เช่น ฉีดวัคซีน ทำหมัน และฝังไมโครชิปฟรี รวมถึงส่วนลดประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ กทม.มีฐานข้อมูลสัตว์เลี้ยง สามารถติดตามได้เมื่อสัตว์หาย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการนำสัตว์ไปปล่อย

นายชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน กทม.มีข้อจำกัดทั้งงบประมาณและศูนย์พักพิงสัตว์จรที่มีอยู่ไม่เพียงพอ เราจึงมีแผนเพิ่มศูนย์ดูแลสัตว์จรอีก 3-4 เท่า พร้อมเปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสัตว์ในศูนย์พักพิงผ่านโปรไฟล์ออนไลน์ เพื่อให้สามารถรับสัตว์ไปเลี้ยงต่อได้ง่ายขึ้น โดยเมื่อรับเลี้ยงจะเข้าสู่กระบวนการฝังชิปและขึ้นทะเบียน ซึ่งจะช่วยลดภาระของศูนย์พักพิงและทำให้ กทม.ดูแลทั้งคนเมือง สัตว์เลี้ยง และแก้ปัญหาสัตว์จรได้อย่างเป็นระบบควบคู่กันไป

นายอริย์ธัชกล่าวว่า ปัญหาสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรในพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ติดกันและมีพื้นที่จำกัดซึ่งมักเผชิญปัญหาการดูแลมากกว่าบ้านที่มีรั้วและมีความพร้อม ทั้งเรื่องความเจ็บป่วย โรคติดต่อ อุบัติเหตุ รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาและการเดินทางเข้าถึงบริการสัตวแพทย์ จึงมองว่าหากไม่มีกลไกหรือนโยบายช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงในระบบปิดให้ดี วันหนึ่งสัตว์เหล่านั้นอาจกลายเป็นสัตว์จรได้ เพราะเจ้าของดูแลไม่ไหว ขณะที่ศูนย์พักพิงสัตว์จรเขตประเวศขณะนี้รองรับสัตว์เต็มจำนวนแล้ว โดยนโยบายของพรรคประชาชน กทม.จะมุ่งส่งเสริมให้ผู้ที่รับสัตว์มาเลี้ยงสามารถดูแลได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านระบบประกันลดค่าใช้จ่ายรักษา ควบคู่การฝังชิปและทำหมัน เพื่อลดโอกาสที่สัตว์เลี้ยงจะถูกปล่อยกลายเป็นสัตว์จรในอนาคต

Advertisement

ขณะที่ น.ส.รักชนกกล่าวว่า ปัจจุบันมีภาคประชาสังคมจำนวนมากที่รับสัตว์มาเลี้ยงดูชั่วคราว และประกาศหาคนที่สนใจจะรับไปเลี้ยงถาวร ซึ่ง กทม.สามารถเป็นผู้เชื่อมต่อกับภาคประชาสังคมนั้นๆ รวมถึงสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ กทม. ยังสามารถออกข้อบัญญัติหรือระเบียบที่จะเอื้อให้เอกชนหรือภาคประชาสังคมที่ดูแลสัตว์ในลักษณะนี้ได้ หรืออาจรวมถึงการประสานกับรัฐบาลเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ที่รับสัตว์จากศูนย์ดูแลเหล่านี้ไปเลี้ยง สามารถขอลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น ทั้งหมดนี้จะทำให้ศูนย์พักพิงที่เป็นภาคเอกชนและภาคประชาสังคมมีการจัดการที่เป็นระบบมากขึ้น โดยมี กทม.เข้ามาสนับสนุนงบประมาณ การทำโปรไฟล์ ลดจำนวนสัตว์ที่รับดูแลอยู่อย่างเป็นระบบ

ด้านนายกรชิตกล่าวว่า มิติที่มากกว่าการทำหมันซึ่งเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ผู้ที่คิดนโยบายอาจต้องพิจารณาถึงต้นเหตุด้วย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ตัดสินใจอยากรับสัตว์ไปเลี้ยงที่ควรจะต้องมีองค์ความรู้ประมาณหนึ่ง เช่น ศูนย์พักพิงสัตว์เขตประเวศอาจทำโมเดล โดยให้ผู้ที่สนใจเลี้ยงสัตว์ได้ทดลองมีประสบการณ์ในการดูแลสัตว์โดยตรงก่อนเพื่อให้เห็นว่าการเลี้ยงสัตว์ไม่ได้มีแต่ภาพที่สวยงามอย่างเดียว โดย กทม.อาจทำเช็กลิสต์ในการประเมินว่าคนที่อยากเลี้ยงสัตว์ที่จะมารับจากศูนย์ดูแลสัตว์ มีความพร้อมแค่ไหน โดยอาจนำเอไอเข้ามาช่วยประเมิน หากประเมินแล้วคนที่สนใจเลี้ยงสัตว์ได้คะแนนที่ไม่มากพอ อาจช่วยชะลอการตัดสินใจของคนที่อยากเลี้ยงสัตว์แต่ไม่มีความพร้อมได้ ซึ่งจะเป็นการลดปัญหาสัตว์จรได้ในระดับหนึ่ง