เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 พฤษภาคม ที่โรงพยาบาลคามิลเลียล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่ รพ.คามิลเลียน ถึงการเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตว่า ได้ให้แนวทางไปแล้ว และต้องดูว่าผลการสอบสวนด้วยว่าเป็นอย่างไร รวมถึงประกันจะครอบคลุมด้วยหรือไม่ โดยให้แนวทางทั้ง ขสมก.และการรถไฟแห่งประเทศไทยว่าผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่มาเผชิญเหตุเหล่านี้เกิดจากการใช้บริการสาธารณะของรัฐ ดังนั้น สองหน่วยงานต้องให้การดูแลและเยียวยาทั้งผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งสองหน่วยงานต้องรับผิดชอบ เพราะเหตุเกิดขณะอยู่ในยานพาหนะที่เป็นของรัฐ นอกจากนั้น ยังให้ข้อคิดกับทาง ผอ.ขสมก.และผู้ว่าการการรถไฟฯ เราเก็บค่าโดยสารไม่ใช่ให้บริการฟรี ฉะนั้น ต้องรับผิดชอบเต็มที่ ที่ 2 หน่วยงานจะทำได้ ส่วนเงินประกันหากได้มาก็ถือว่าเป็นการสมทบไป
“ขอให้ญาติอย่าได้กังวล รัฐบาลและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งด้านการรักษาพยาบาลและการเยียวยา เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด พร้อมกับขอบคุณทีมแพทย์ และขอให้ดูแลผู้บาดเจ็บอย่างเต็ม” นายอนุทินกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าในทางคดี นายกฯกล่าวว่า ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนดำเนินการ เบื้องต้นได้อายัดตัวพนักงานขับรถทั้งสองประเภทไว้เพื่อสอบสวน ขณะที่ ขสมก.และการรถไฟฯ ก็ต้องไปเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดขึ้น ทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย
เมื่อถามถึงสภาพจิตใจของผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีใครมีสภาพจิตใจดีสักคน เพราะเหตุที่เกิดขึ้นมีความฉับพลันและรุนแรง ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ ตรงนี้เราต้องเยียวยาทั้งสภาพร่างกายที่บาดเจ็บทางกายและทางใจ ตนได้ไปเยี่ยมทั้งหมด ทั้งผู้โดยสารบนรถเมล์ คนขี่มอเตอร์ไซค์ ผู้โดยสารบนรถกระบะที่อยู่ติดกับรถเมล์ โดยเฉพาะคนขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสารรถเมล์ ทั้งสองคนสภาพจิตใจแย่มาก เขารู้สึกสำนึก เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงต้องให้กำลังใจเขาที่จะฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาก่อน ส่วนเรื่องคดีเป็นไปตามกฏหมาย
เมื่อถามว่า จุดตัดรถไฟลักษณะนี้มีอีกหลายจุด จะมีแนวทางวางมาตรการป้องกันอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ตรงนี้ต้องไปสอบสวน แต่ตนยังไม่เห็น เชื่อว่าน่าจะมีวิธีการและมาตรการป้องกันอยู่แล้ว เพราะทั้งสองแยกนี้มีรถติดตลอดเวลา ไปไล่ดูในวงจรปิดหลายครั้งก็เห็นว่ารถไฟหยุดในกรณีที่ไม่มีอะไรกีดขวาง ซึ่งเราคงไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ต้องหาวิธีลดจำนวนจุดตัด

เมื่อถามว่า จะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้เส้นทางอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ขอให้ผลการสอบสวนออกมาก่อน ถึงจุดหนึ่งอาจจะต้องมีการเปลี่ยนเส้นทาง หรือใช้วิธี ถ้าคิดแบบเร็วเร็วตอนนี้ และเอาความปลอดภัยไม่ให้เกิดเหตุอีก จะการขุดอุโมงค์ได้หรือไม่ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นแยก ซึ่งจะมีจุดตัดตรงมักกะสันและบริเวณนานา ก็ต้องให้แนวทางการรถไฟฯไปพิจารณา หลังจากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้จะพึ่งพาดุลพินิจนายสถานีในการให้อาณัติสัญญาณอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมนุษย์สามารถผิดพลาดได้ และเราไม่รับความเสี่ยงในกรณีนี้ จึงต้องหาทางเลี่ยง
เมื่อถามถึงตัวเลขเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตนั้น นายอนุทินกล่าวว่า เพิ่งให้แนวทางทั้งสองหน่วยงานไป โดยบอกว่าไม่ต้องเกี่ยงกัน ถือว่าทั้งสองหน่วยงานต้องชดเชย เพราะเป็นความรับผิดชอบของทั้งสองหน่วยงาน รวมทั้งกำชับให้ใช้การเยียวยาให้มากที่สุดเท่าที่ที่จะทำได้





