WHO ประกาศภาวะฉุกเฉิน อีโบลาระบาดในคองโก-ยูกันดา

WHO ประกาศภาวะฉุกเฉิน อีโบลาระบาดในคองโก-ยูกันดา

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การแพร่ระบาดของโรคอีโบลาจากไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูเกียวในคองโกและยูกันดาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขที่นานาชาติต้องให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นความเสี่ยงต่อประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ดี การแพร่ระบาดครั้งนี้ยังไม่เข้าข่ายการแพร่ระบาดใหญ่ระดับโลก

โดยเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม มีผู้เสียชีวิตต้องสงสัย 80 ราย ผู้ติดเชื้อยืนยันทางห้องปฏิบัติการ 8 ราย และผู้ป่วยต้องสงสัย 246 ราย ในจังหวัดอิตูรีของคองโก ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขของคองโกแถลงว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 80 รายจากการระบาดครั้งใหม่นี้ในพื้นที่ตะวันออกของประเทศ

WHO ระบุด้วยว่า การระบาดครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 17 ของประเทศนับตั้งแต่มีการค้นพบเชื้ออีโบลาครั้งแรกในปี 1976 อาจมีขนาดใหญ่กว่าที่ประเมินไว้ เนื่องจากตัวอย่างที่ตรวจในช่วงแรกมีอัตราผลบวกสูง และจำนวนผู้ป่วยต้องสงสัยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเสริมว่า การระบาดครั้งนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะปัจจุบันยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนสำหรับไวรัสสายพันธุ์บุนดิบูเกียว ไม่เหมือนกับสายพันธุ์ซาอีร์ที่แพร่ระบาดก่อนหน้านี้

และเตือนว่า การระบาดในคองโกและยูกันดาส่งผลกระทบต่อสาธารณสุขของประเทศอื่นๆ ขอแนะนำให้ประเทศต่างๆ เปิดใช้งานกลไกบริหารจัดการภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉินระดับชาติ รวมถึงเพิ่มการคัดกรองตามแนวชายแดนและถนนสายหลักในประเทศ

Advertisement

ในกรุงกัมปาลา เมืองหลวงของยูกันดา มีรายงานผู้ติดเชื้อยืนยัน 2 ราย รวมถึงผู้เสียชีวิต 1 ราย เมื่อวันที่ 15 และ 16 พฤษภาคม โดยทั้งสองคนเดินทางมาจากคองโก นอกจากนี้ WHO ยังรายงานผู้ติดเชื้อยืนยัน 1 รายในกรุงกินซาซา เมืองหลวงของคองโก ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากจังหวัดอิตูรี

WHO ระบุว่า ผู้สัมผัสโรคหรือผู้ป่วยจากไวรัสบุนดิบูเกียวไม่ควรเดินทางระหว่างประเทศ เว้นแต่เป็นการเคลื่อนย้ายเพื่อการรักษาพยาบาล พร้อมแนะนำให้แยกผู้ป่วยยืนยันทันที ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดทุกวัน จำกัดการเดินทางภายในประเทศ และห้ามเดินทางระหว่างประเทศจนกว่าจะพ้น 21 วันหลังการสัมผัสเชื้อ อย่างไรก็ตาม WHO ขอให้ประเทศต่างๆ ไม่ปิดพรมแดนหรือจำกัดการเดินทางและการค้าเพราะความหวาดกลัว