นายกฯตั้ง คตท. ทำงานร่วมเอกชนลุยต้านทุจริต​ เรียก 10 หน่วยราชการคุย 20 พ.ค.นี้

นายกฯ ตั้ง คตท. ทำงานร่วมเอกชนลุยต้านทุจริต​ เรียก 10 หน่วยราชการคุย 20 พ.ค.นี้

‘ปกรณ์​‘ นำ​ กกร.แถลง​แจงปมนายกฯ ให้สัมภาษ​ณ์โพลหน่วยงานรัฐส่อทุจริต​ ชี้ไม่ใช่การฟ้องปิดปาก​ มอง​เป็นเพียงให้ความเห็น กฎหมาย ขณะที่ ‘อนุทิน’ เซ็นตั้ง คตท.ทำงานร่วมเอกชนลุยต้านทุจริต​ พร้อมเรียก 10 หน่วยราชการคุย 20 พ.ค.นี้

นายปกรณ์​ นิล​ประพันธ์​ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย​ พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชน (กกร.) และคณะทำงาน Zero Corruption : กกร. และเพื่อนไม่ทน อาทิ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์, นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์, นายมานะ นิมิตมงคล ร่วมกันแถลงชี้แจงประเด็นผลการสำรวจของภาคเอกชนที่ระบุว่าการคอร์รัปชั่นเป็นอุปสรรคสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ​

ทำให้เกิดความเข้าใจคาดเคลื่อนถึงกรณีการเปิดเผยข้อสำรวจความเห็นของภาคเอกชนถึงองค์กรรัฐ​ที่เสี่ยงต่อการทุจริต​ ว่า​เป็นผลการศึกษาของภาคเอกชน​ และดำเนินการตามหลักวิชาการที่ได้รับการรับรอง และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของ OECD และธนาคารโลก

ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการป้องกันและกำจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นมาโดยตลอดทุกรูปแบบ ซึ่งการกำหนดไว้เป็นนโยบายของรัฐบาลชัดเจนว่าจะมีการปฏิรูปกฎหมาย ตั้งแต่กรณีกฎหมายล้าสมัย​ กฎหมายระดับรอง​ วิธีการอนุมัติอนุญาต​ และการให้บริการภาครัฐ ให้มีการนำระบบดิจิทัลมาใช้ และใช้ดุลยพินิจให้เหลือเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวไปแล้วหลายเรื่อง​

Advertisement

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย​ เรื่องการอำนวยความสะดวกและการอนุมัติอนุญาต​ และการให้บริการภาครัฐ ซึ่งอยู่ในชั้นกรรมการร่วมการที่คณะรัฐมนตรีเพิ่งอนุมัติ​ โดยคณะกรรมการ​กฤษฎีกา​ เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามกฎหมาย และทำตามกฎหมาย ตรวจสอบนอมินี และการตรวจสอบกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ทำรายงานเสร็จเรียบร้อยและจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป ว่าจะต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายอะไรบ้าง

ส่วนที่มีการเสนอข่าวว่านายกรัฐมนตรี ไม่ยอมรับผลการสำรวจและสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐฟ้องร้อง ดำเนินคดีกับผู้สำรวจและเปิดเผยผลการสำรวจนั้น​ นายปกรณ์​ระบุว่า​ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ผมมาชี้แจงกับประชาชนและสื่อมวลชนว่า​ คำถามได้รับ​ ณ เวลานั้นคือคำถามสั้น ๆ​ จึงพูดตามหลักกฎหมายว่าใครก็ตามที่ถูกกล่าวหา​ และคิดว่าตัวเองเสียหายก็มีสิทธิที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาล เช่นกรณีที่มีการกล่าวหาว่าอาจกระทำการทุจริต ก็ให้ไปพิสูจน์กันในศาล​

Advertisememt

พร้อมยืนยันว่า​ ไม่ได้เป็นการฟ้องปิดปาก เพียงแต่หากมีกรณีที่เกิดความเสียหายเกิดขึ้นก็ควรจะไปดำเนินการทำคดีทางศาล​ ซึ่งก็พูดตามหลักทั่วไปของกฎหมายละเมิด เพื่อเป็นการพิสูจน์ไปได้ สนับสนุนให้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีหรือมีคำสั่งฟ้องร้องดำเนินคดีต่อใคร

ขณะที่รายงานของซีโร่คอร์รัปชั่น ​กกร.​ จะเห็นว่าข้อมูลการสำรวจที่ว่านี้เป็นประโยชน์และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะผลักนำประเทศให้มีการปรับโครงสร้างและสามารถที่จะเป็นสมาชิก OECD ได้จึงเป็นประโยชน์ที่จะตกแก่ประชาชนทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใด

จึงควรที่จะทำแนวทางหรือผลสำรวจที่ว่านี้ไปเป็นฐานในการทบทวนการดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ ให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาครัฐ และทบทวนแล้ว หากไม่มีอะไรก็ให้ดำเนินการไปตามกระบวนการ และชี้แจงให้กับประชาชนทราบก็ และในช่วงเช้าวันที่ 20 พฤษภาคม​ 2569 นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องนี้และมอบนโยบายต่อไป

นายปกรณ์​ยังกล่าวอีกว่า​ ในวันนี้ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 174/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการ ประสานงานเพื่อการต่อต้านทุจริต หรือ​ (คตท.​) โดยมีนายกรัฐมนตรี​ เป็นประธาน​ และมีตนเป็นรองประธานร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประกอบด้วยหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีผู้แทนสภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยรวมถึงสภาคมธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมการต่อต้านคอร์รัปชั่น​ สถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เพื่อผลักดันเรื่องนี้ให้ประสบความสำเร็จ

นายปกรณ์​กล่าวย้ำว่า​ การกล่าวหาว่ามีการกระทำความทุจริตทำให้เกิดความเสียหายของคนปกติ​ มีสิทธิที่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น แต่ในกรณีที่เป็นรัฐบาลทำนองว่าการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือภาคส่วนต่าง ๆ เป็นไปเพื่อนำมาปรับปรุงหรือพัฒนากระบวนการทำงานของภาครัฐไม่ได้เป็นประเด็นปัญหา

ยืนยันว่าเราไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แต่บางทีการสื่อสารอาจจะใช้อารมณ์ เหมือนกับอยู่ดี ๆ ถูกกล่าวหาว่าทุจริต และความเข้าใจในเรื่องยังไม่มี จึงเกิดความรู้สึกและอารมณ์ขึ้นมา แต่ผมขอกราบตรง ๆ ว่าไม่มีรัฐบาลไม่มีนโยบายที่จะฟ้องเอกชนเพื่อปิดปาก เพียงแต่นำคดีขึ้นสู่ศาลเป็นเรื่องที่ดีเพื่อที่จะนำความจริงมาพูดกัน แต่ไม่ได้มีนโยบายว่าจะฟ้องใคร

อย่างไรก็ตาม ทาง กกร.ยืนยันว่า ตอนนี้กรมควบคุมมลพิษได้มีการทำหนังสือขอข้อมูลการทำผลสำรวจทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง