
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ว่าได้สั่งยกเลิกการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านที่คาดว่าจะลงมือในวันที่ 19 พฤษภาคม ตามคำขอของหลายประเทศรัฐอ่าวอาหรับ เพื่อเปิดทางให้กับการเจรจาอย่างจริงจังที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ ซึ่งต้องติดตามต่อว่าจะมีผลสำเร็จหรือไม่
ผู้นำสหรัฐเปิดเผยความคืบหน้าล่าสุดดังกล่าวผ่านทางทรูธ โซเชียลของตัวเองว่า บรรดาผู้นำประเทศกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เรียกร้องให้เขายกเลิกแผนโจมตีดังกล่าว และรับทราบมาว่าข้อตกลงที่กำลังมีการเจรจาอยู่จะเป็นผลดีต่อสหรัฐอย่างมาก รวมถึงจะทำให้อิหร่านไม่ถือครองอาวุธนิวเคลียร์
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่าแม้นี่จะเป็นพัฒนาการที่ดี แต่ต้องติดตามต่อไปว่าจะนำไปสู่การหารือข้อสรุปได้หรือไม่ “เราเคยมีช่วงที่เราคิดว่าใกล้บรรลุข้อตกลงได้แล้ว แต่นั่นก็ไม่เกิดขึ้น แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไปเล็กน้อย” ทรัมป์กล่าว พร้อมกับบอกว่าการเจรจาในครั้งนี้ก็มีโอกาสสูงที่จะหาข้อตกลงกับอิหร่านได้เช่นกัน หากทำเช่นนั้นได้โดยไม่ต้องโจมตีอิหร่านหนักๆ ก็จะดีใจมาก ถึงกระนั้นก็ดี ทรัมป์ขู่ว่าสหรัฐพร้อมจะกลับมาโจมตีอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่สหรัฐยอมรับได้
ด้านผู้บัญชาการอาวุโสของกองทัพอิหร่านออกมาเตือนสหรัฐเช่นกัน ว่าอย่าทำพลาดทางยุทธศาสตร์อีก ขณะที่สำนักข่าวทาสนิมของอิหร่านรายงานเกี่ยวกับความเห็นจากโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมว่า อิหร่านจะเปิดหน้าการสู้รบใหม่ในจุดที่ศัตรูมีประสบการณ์น้อยและเป็นจุดที่เปราะบางที่สุด ทั้งนี้ สำนักข่าวอิหร่านมักนำคำกล่าวเก่าของคาเมเนอีมารายงานใหม่ เพราะความเห็นดังกล่าวเคยเผยแพร่มาแล้วเมื่อวันที่ 12 มีนาคม
หนึ่งในผู้เล่นสำคัญในสงครามระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลและอิหร่านคือประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง เพราะอิหร่านมักตอบโต้การโจมตีของสหรัฐด้วยการโจมตีประเทศรัฐอ่าวอาหรับที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐ ทำให้เกิดความกังวลในภูมิภาคว่าหากสหรัฐโจมตีอิหร่านอีกจะนำไปสู่การตอบโต้กลับอย่างไรบ้าง
ความคืบหน้าล่าสุดมีขึ้นขณะที่คะแนนนิยมของทรัมป์กำลังดำดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง และโพลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักชี้ว่าชาวอเมริกันจำนวนมากขึ้นกำลังไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามในอิหร่าน โพลสำรวจที่จัดทำโดยนิวยอร์กไทมส์และเซียนาที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ชี้ว่าชาวอเมริกันจำนวน 64% เชื่อว่าการทำสงครามกับอิหร่านเป็นความผิดพลาด ขณะที่ตัวเลขของอเมริกันชนที่พอใจผลงานการบริหารประเทศของทรัมป์เหลืออยู่ที่เพียง 37%
ตัวเลขดังกล่าวเป็นข่าวร้ายสำหรับพรรครีพับลิกันที่จะต้องเจอกับการเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงปลายปี ในห้วงเวลาที่รัฐบาลทรัมป์กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำสงครามอิหร่าน แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาผู้อพยพที่ยังคาราคาซัง




