เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม สำนักข่าวเอพีรายงานว่า คองโก เตรียมเปิดศูนย์รักษาผู้ป่วยอีโบลา ทางตะวันออกของจังหวัดอิตูริ เพื่อรองรับการระบาดของโรคอีโบลาขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เตรียมส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปยังประเทศคองโก หลังอีโบลาระบาดอย่างหนักในประเทศคองโกตอนนี้ และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 120 ราย
เจ้าหน้าที่คองโก เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ว่า หนึ่งในผู้ที่ยืนยันว่าติดไวรัสอีโบลา เป็นแพทย์ชาวอเมริกัน ที่อยู่ในประเทศคองโก ในขณะที่เริ่มมีรายละเอียดเพิ่มเติมผุดขึ้นมาว่า รัฐบาลคองโกตอบสนองต่อการระบาดล่าช้าเกินไป
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม องค์การอนามัยโลก ได้ประกาศให้การระบาดของอีโบลา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ
ขณะที่เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ทางการคองโกแจ้งยอดตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอีโบลา อยู่ที่ 118 ราย และต้องสงสัยว่าติดเชื้อราว 300 ราย ในจังหวัดอิตูริ และนอร์ทคิวู นอกจากนี้ ที่ประเทศยูกันดา มีรายงานผู้เสียชีวิตจากอีโบลาแล้ว 1 ราย และต้องสงสัยว่าติดเชื้อ 1 ราย

ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุข เปิดเผยว่า ไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดีบูเกียว (BDBV) เกิดการแพร่ระบาดโดยไม่มีการตรวจพบ ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาในคองโก โดยพบในหลายพื้นที่ ทั้งเมืองบูเนีย เมืองโกมา ซึ่งเป็นเมืองเอกของจังหวัดนอร์ทคิวู ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏ , เมืองมองบ์วาลู , เมืองบูเทมโบ และเมืองเนียกุนเด
แมทธิว เอ็ม.คาวานักห์ ผู้อำนวยการของศูนย์กลางด้านนโยบายสาธารณสุขโลกและการเมือง มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวว่า เนื่องจากผลการทดสอบในระยะแรกเป็นการตรวจหาเชื้ออีโบลาผิดสายพันธุ์ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นเท็จ และเสียเวลาในการตอบสนองไปหลายสัปดาห์
เขาบอกว่า “เรากำลังไล่ตามเชื้อโรคที่อันตรายมากอยู่” พร้อมกับวิจารณ์การตัดสินใจก่อนหน้านี้ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ที่ถอนตัวออกจากองค์การอนามัยโลก และลดความช่วยเหลือต่างประเทศลงอย่างมาก ซึ่งเป็นระบบเฝ้าระวังที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับไวรัสเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ




