ฟลูอิดรา โชว์ศักยภาพระดับโลกในงานสถาปนิก’69 บุกตลาดไทย ด้วยโซลูชั่นระบบสระว่ายน้ำครบวงจร

ฟลูอิดรา ประเทศไทย (Fluidra Thailand) บริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมสระว่ายน้ำและเวลเนส ประกาศรุกตลาดประเทศไทยอย่างเต็มตัว เผยกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ตั้งแต่โครงการที่พักอาศัย สระเชิงพาณิชย์ระดับลักชัวรี ไปจนถึงสระแข่งขันมาตรฐานสากล ฟลูอิดราเป็นบริษัทสัญชาติสเปนที่ก่อตั้งมากว่า 5 ทศวรรษ โดยดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 18 ปี ปัจจุบันมีพนักงานทั่วโลก 6,500 คน มีสาขาอยู่ใน 47 ประเทศรวมทั้งไทย มีรายได้รวมทั่วโลกกว่า 80,000 ล้านบาท และได้รับการยอมรับในมาตรฐานการสร้างสระวายน้ำ รวมถึงนวัตกรรมสินค้ามากมาย ทีมผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ และความมุ่งมั่นในการส่งมอบประสบการณ์ “น้ำ” ที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

นายสุธี เวชพฤกษ์พิทักษ์ กรรมการผู้จัดการประจำฟลูอิดรา ประเทศไทย เผยถึงความคาดหวังจากการนำทัพสินค้าของฟลูอิดราและในเครือ อาทิ แบรนด์ Astralpool, Baracuda, Zodiac, Jandy ฯลฯ มาร่วมออกงานสถาปนิค 69 เป็นครั้งแรก โดยหวังจะได้พบกับกลุ่มเป้าหมาย อาทิ สถาปนิก นักออกแบบภูมิทัศน์ ที่ปรึกษาโครงการ หรือเจ้าของผู้พัฒนาโครงการ เพื่อให้สัมผัสกับสินค้าและโซลูชั่นหลากหลายของฟลูอิดรา ซึ่งจะช่วยให้เขาสามารถนำไปลงสเปกในโครงการตั้งแต่ต้นน้ำคือช่วงการออกแบบ การกำหนดมาตรฐาน ฯลฯ

นายสุธีกล่าวเสริมว่า “ลูกค้าของฟลูอิดราแบ่งเป็นสามกลุ่มหลักได้แก่ กลุ่มสระเชิงพาณิชย์ (Commercial Pool) ได้แก่ โรงแรม เวลเนส ลากูน บ่อปลาขนาดใหญ่ ซึ่งลูกค้ารายใหญ่ได้แก่ Banyan Tree, Virgin Active ทุกสาขา, โรงแรมในเครือ Melia, Marriott, AWC ฯลฯ กลุ่มที่สองคือกลุ่มสระว่ายน้ำภายในที่พักอาศัย (Residential Pool) เช่น บ้าน คอนโด พูลวิลล่า ซึ่งอาจไม่ต้องการดีไซน์สระว่ายน้ำสุดล้ำ แต่มองหาความเรียบง่ายและการซ่อมหรือบำรุงรักษาน้อย กลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มสระแข่งขันระดับสากล (Competition Pool) ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรายังไม่ได้ทำตลาดมากนัก แต่เราเป็นหนึ่งในตัวเลือกของโลก เช่น สระโอลิมปิก รวมถึงสระแข่ง สระซ้อม สระกระโดด ซึ่งต้องได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยีที่รองรับมาตรฐาน World Aquatics (FINA) นอกจากนี้เรายังมีความเชี่ยวชาญในการสร้างสระรูปแบบอื่นๆ ที่ครบวงจร ตั้งแต่ บ่อสปาน้ำแร่ธรรมชาติ บ่อบัว บ่อปลาคาร์พ ฯลฯ”

“สำหรับกลยุทธ์ทางธุรกิจในระยะปี 2025-2030 ฟลูอิดราตั้งเป้าหมายในการเป็นผู้นำและขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมสระว่ายน้าและเวลเนสในระดับโลกบน 3 เสาหลัก ได้แก่ การเติบโตผ่านความเป็นเลิศด้านการพาณิชย์ในระดับสากล การสร้างความแตกต่างทางการแข่งขันผ่านนวัตกรรม ดิจิทัล การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีสระอัจฉริยะ โดยในปีนี้ไทยเราก็ตั้งเป้าเติบโตที่ตัวเลขสองหลัก และเรายังมีมุมมองเชิงบวกในฐานะที่ไทยเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเยอะ โรงแรมก็มีการขยายตัวเพื่อรองรับกลุ่มนี้ และเทรนด์ทั่วโลกไปในทิศทางเดียวกันคือการดูแลใส่ใจสุขภาพ ที่สำคัญตลาดประเทศไทยมีการเติบโตสูงสุดในอาเซียน”

นอกจากนี้ฟลูอิดรายังมุ่งเน้นให้ความรู้กับกลุ่มสระว่ายน้ำภายในที่พักอาศัยว่า หัวใจสำคัญในการสร้างสระว่ายน้ำคือการเลือกอุปกรณ์ที่จะช่วยสร้างคุณภาพน้ำที่ปลอดภัย นั่นก็คืออุปกรณ์กรองน้ำ หรืออุปกรณ์ฆ่าเชื้อ มากกว่าดูแค่เรื่องของราคารวม เพราะอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจสร้างภาระในการซ่อมบำรุงหรือแม้แต่ส่งผลต่อสุขภาพ เช่น น้ำไม่ใสหรือสะอาดพออาจก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อตา ผิว เป็นต้น ปัจจุบันกลุ่มสระว่ายน้ำบ้านมีการเติบโตสูงหลังช่วงโควิดเนื่องจากผู้คนระมัดระวังในการใช้สระสาธารณะ รวมถึงการมีสระว่ายน้ำภายในบ้านยังเป็นการแสดงออกถึงสถานะทางสังคมรูปแบบหนึ่ง

Advertisement

ไม่เพียงแต่สระวายน้ำสำหรับคน แต่ฟลูอิดรายังมีโซลูชั่น SIBO KOI POND ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ คือระบบบ่อกรองชีวภาพประสิทธิภาพสูงที่ใช้สำหรับการเลี้ยงปลาคาร์พ ซึ่งน่าจะถูกใจผู้รักปลาคาร์พที่ต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ในเรื่องของการทำความสะอาดบ่อปลาเนื่องจากต้องปิดสระครึ่งวัน นำปลาออก ล้างบ่อ ฯลฯ รวมถึงการที่ผู้เลี้ยงจะต้องเสียพื้นที่ราว 30% ของบ่อเพื่อทำบ่อกรอง แต่ด้วยระบบของเรา ผู้เลี้ยงสามารถใช้พื้นที่ได้เต็ม 100% โดยตัวระบบบ่อกรองสามารถนำไปวางไว้ในพื้นที่อื่นๆ นอกบ่อ และการทำความสะอาดน้ำหรือการกำจัดขี้ปลาก็สามารถทำได้ด้วยระบบ backwash และ bead filter ผ่านถังกรองทราย สะดวก ประหยัดเวลา และสร้างสุขภาวะที่ดีต่อปลาอีกด้วย

เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและผลกระทบของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไรบ้าง ในแง่ของต้นทุนที่อาจสูงขึ้น การขนส่งโลจิสติคส์ และปัญหาเศรษฐกิจที่อาจกระทบต่อการเติบโตของธุรกิจ คุณสุธีให้ความเห็นว่า “ผลของภาวะสงครามเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งผลกระทบในแง่ของค่าขนส่งย่อมกระทบต่อทุกธุรกิจ ฟลูอิดรายังโชคดีกว่าหลายๆ ธุรกิจเพราะเรามีโรงงานกระจายตัวอยู่ทั่วโลกทำให้เรามีความยืดหยุ่นในการจัดหาวัตถุดิบ การจัดสรรการผลิตเพื่อลดต้นทุน การคงสต็อคสินค้า ฯลฯ ทำให้ไม่กระทบกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมากนัก แต่ในระยะสั้น เซ็นติเม้นท์สำหรับกลุ่มสระบ้านอาจมีบ้างที่ชะลอออกไป ในขณะที่สระเชิงพาณิชย์ไม่กระทบมากเท่าไรเพราะเป็นการลงทุนตามแผนที่วางไว้”

“ผมเชื่อว่าสินค้าของเรามีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ในเรื่องของการประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยลดภาระให้กับทุกกลุ่มลูกค้า และเราเป็นแบรนด์ระดับโลกแห่งเดียวที่มาตั้งสาขาที่นี่ซึ่งจะรับประกันในเรื่องของทีมงานและบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นจุดที่ได้เปรียบและแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆ” คุณสุธีกล่าวสรุปทิ้งท้าย