บุกจับโกดัง ยาย้อมผมเถื่อน อ้างสารสกัดธรรมชาติ ใช้แล้วแพ้รุนแรงจนน้ำเหลืองไหลเยิ้ม

บุกจับโกดัง ยาย้อมผมเถื่อน อ้างสารสกัดธรรมชาติ ใช้แล้วแพ้รุนแรงจนน้ำเหลืองไหลเยิ้ม ลวงขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พนักงานแพ็กสินค้าเผย มีหญิงจีนว่าจ้าง

วันที่ 19 พ.ค.2569 พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. สั่งการ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.ชยเชษฐ์ อิทธิยาภรณ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำหมายค้นศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

หลังพบเบาะแสว่าเป็นแหล่งจัดเก็บและกระจายสินค้ายาย้อมผมเถื่อนขายตามแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งจากการตรวจสอบภายในโกดังดังกล่าว พบ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่ขึ้นทะเบียน ยี่ห้อ FAJAZZ จำนวน 2,000 ชิ้น จึงตรวจยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง

สำหรับการเข้าตรวจสอบครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ยาย้อมผมยี่ห้อ FAJAZZ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีการโฆษณาอวดอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์ยาย้อมผมที่ทำมาจากสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ไร้สารเคมี” แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงกลับเกิดอาการแพ้รุนแรงบริเวณหนังศีรษะ บวม แดง และมีน้ำเหลืองไหลเยิ้มจนนอนไม่ได้

เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนทราบว่า สินค้าผลิตภัณฑ์ยาย้อมผมดังกล่าวถูกจัดเก็บไว้ที่โกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.คลองหลวง ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลเข้าตรวจสอบจนนำมาสู่การตรวจยึดสินค้าดังกล่าว เนื่องจากพบว่า เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่ขึ้นทะเบียน

ทั้งนี้จากการสอบปากคำพนักงานแพ็กสินค้า ทราบว่าเมื่อหลายเดือนก่อนมีหญิงชาวจีนมาติดต่อว่าจ้างให้ทำหน้าที่คอยแพ็กสินค้าและส่งให้ลูกค้าชาวไทยตามออเดอร์ของร้านค้าออนไลน์ใน TikTok ที่ใช้ชื่อร้านว่า “Fajazz-TH”

โดยหญิงชาวจีนอ้างว่าเป็นสินค้าทั่วไปที่ได้มาตรฐาน ทันทีที่ปรากฏข่าวว่ามีผู้ใช้แล้วแพ้รุนแรง ตนตกใจและพยายามติดต่อเจ้าของร้านชาวจีน แต่ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ก่อนจะทราบว่า ปัจจุบันร้านค้าออนไลน์ดังกล่าวได้ถูกปิดไปแล้ว

นอกจากนี้จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ยังพบว่า ปัจจุบันกลุ่มนายทุนผู้นำเข้าหรือผู้ขายสินค้าเถื่อนที่ไม่มีการจดแจ้ง มักใช้รูปแบบ “กระจายความเสี่ยง” โดยนำสินค้าไปฝากไว้ตามโกดังต่างๆ แล้วให้คนไทยแพ็กส่งสินค้าแทน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและการจับกุมโดยตรงของเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตามหลังจากนี้เข้าหน้าที่จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน แกะรอยสืบหาเบาะแสนายทุนเจ้าของผลิตภัณฑ์สินค้าดังกล่าวมาดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง ฐานขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้