หัวหน้าเผย คนขับรถไฟทำงานมานาน 3 ปีผ่านจุดเกิดเหตุ 58 ครั้ง ส่วนช่างเพิ่งทำ 14 วัน

บก.น.1 เผยผลสอบปากคำ หัวหน้างาน “คนขับรถไฟ” ระบุ “ทำงานมา กว่า 3 ปี ผ่านจุดเกิดเหตุ 58 ครั้ง” ยันอุปกรณ์ทุกชิ้นใช้การได้ปกติ วงจรปิดยันคนขับอยู่ที่หัวรถจักร

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2569 กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 (บก.น.1) สรุปผลความคืบหน้ากรณี อุบัติเหตุรถไฟ ขนสินค้าตู้คอนเทนเนอร์ ส่วนลดโดยสาร ขสมก. สาย 206 บริเวณแยกอโศก/กำแพงเพชร 7 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 รายและบาดเจ็บกว่า 30 รายว่า

เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.20 น.ของ วันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา โดย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป, พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 และ พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บก.น.1 ตามคำสั่งคดีอาญาที่ 320/2569 สน.มักกะสัน ร่วมประชุมโดยมีรายละเอียดดังนี้

สำหรับความคืบหน้าทางคดี มีการสอบปากคำพยาน ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการเดินรถไฟ จำนวน 4 ปาก ประกอบด้วย 1.ผู้เชี่ยวชาญ ตำแหน่งสารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ ซึ่งเป็น ผู้บังคับบัญชา คนขับรถไฟและช่างเครื่อง ให้การว่ายืนยันว่า คนขับรถไฟ เคยขับผ่านจุดแยกสถานีรถอโศกฯ(ซุ้มอโศก) มาแล้ว จำนวน 58 ครั้ง ตั้งแต่ ปี 66-69 รวมระยะเวลาร่วม 3 ปี สำหรับช่างเครื่องมาปฏิบัติหน้าที่ได้เพียง 14 วัน และขึ้นขบวบรถไฟนี้เป็นครั้งที่ 2

2. หัวหน้าแผนกบริหารเทคนิคด้านการลากเลื่อน ให้การสอดคล้องกับ สารวัตรงานหัวรถจักรบางซื่อ
3. เจ้าหน้าที่กองเดินรถฝ่ายปฏิบัติงาน รับผิดชอบเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิบัติ ของคนขับรถไฟ และ คนกั้นรถไฟ ได้รายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละคน ซึ่งรายละเอียดไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจาก มีความสำคัญกับรูปคดี และ 4.เจ้าหน้าที่อาณัติสัญญาณ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลซ่อมบำรุงระบบสัญญาณไฟไม้กั้นถนน อุปกรณ์ฯ ยืนยันว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นสามารถใช้การได้ตามปกติ

ส่วนเรื่องการเยียวยา ในวันนี้ได้มีการประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สภาทนายความ และ คุ้มครองสิทธิ ซึ่งหากได้ข้อสรุปจะรายงานให้ทราบ

ขณะที่ ยอดจำนวนผู้บาดเจ็บ ทั้งหมด 30 ราย ตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ออกจากโรงพยาบาลแล้วจำนวน 14 ราย สอบปากคำไปเมื่อวานนี้ 2 ราย แล้วมาให้ปากคำในวันนี้จำนวน 9 ราย ส่วนอีก 3 รายเป็นชาวต่างชาติอยู่ระหว่างติดตามมาให้ปากคำ นอกจากนี้ผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล รวม 16 ราย สอบปากคำเพิ่มเติมแล้ว อีก 10 ราย และยังรักษาตัวอยู่ห้อง ICU ไม่สามารถสอบปากคำได้ จำนวน 4 ราย

รวมถึงอยู่ รพ.ยังไม่ได้สอบปากคำอีก 1 ราย ออกจาก รพ. แล้ว 1 รายอยู่ระหว่างติดตามมาสอบสวน รวมอยู่ รพ. ทั้งหมด 15 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย สามารถพิสูจน์ทราบรายชื่อแล้ว 6 ราย คงเหลืออีก 2 ราย อยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์

นอกจากนี้ฝ่ายสืบสวนได้มีการเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมในจุดที่สำคัญ รวมทั้งสิ้น 5 จุด คือ 1.ซุ้มอโศก-ดินแดง 2.ซุ้มเพชรพระราม 3.ซุ้มพระรามเก้า 4.ซุ้มนารายณ์ และ 5.ซุ้มศูนย์วิจัย เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์พฤติกรรมในการขับขี่ และการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟ และพนักงานควบคุมไม้กั้น ประกอบข้อเท็จจริงในสำนวนสอบสวนต่อไป

และในวันพรุ่งนี้(20 พ.ค.) ฝ่ายสืบสวน สน.มักกะสัน และ บก.สส.บก.น.1 จะมีการขึ้นรถไฟเพื่อจำลอง สถานการณ์ ช่วงเวลา 15.00 น. นอกจากนี้จากภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิดบริเวณซุ้มพระรามเก้า (ถนนเพชรอุทัย) และ ซุ้มอโศก-ดินแดง (ใกล้จุดที่เกิดเหตุ) สามารถยืนยันได้ว่าในขณะที่รถไฟแล่นผ่านทั้งสองซุ้มนี้ พนักงานขับรถไฟและพนักงานช่างเครื่องยังอยู่ปฏิบัติหน้าที่ ที่หัวรถจักร ด้วย

ทั้งนี้ส่วนของการจราจร บก.น.1 ได้จัดระเบียบการจราจรบริเวณจุดตัดทางรถไฟ มีการจัดการจราจร 14 จุด มีการจับผู้ฝ่าฝืนบังคับใช้กฎหมาย ข้อหาหยุดรถคร่อมรางรถไฟหรือในระยะ 5 เมตร จากรางรถไฟ ทั้งหมด 32 ราย มีการปรับ 5 ราย รายละ 500 บาท โดยงานจราจรในพื้นที่ สน.มักกะสัน จะเข้มงวดบริเวณจุดตัดรถไฟ โดยห้ามหยุดค้างบนรางรถไฟ ระหว่าง เวลา 10.00 น.- 18.00 น. โดยใช้มาตรการ จัด – จัดการจราจร ปลูกฝัง วินัยการจราจร, จับ – ฝ่าฝืน บังคับใช้ กม., ปรับ – ปรับจริง ปรับหนัก บนถนนกำแพงเพชรตัดถนนอโศกดินแดง