
สืบเนื่องจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เปิดเผยไว้ก่อนหน้านี้ว่าสหรัฐและอิหร่านได้เจรจาเนื้อหาส่วนใหญ่ในบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อยุติสงครามและเปิดช่องแคบฮอร์มุซไปแล้ว ตามที่รายงานไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด ทรัมป์บอกกับผู้แทนของทางฝั่งสหรัฐว่าไม่ต้องรีบบรรลุข้อตกลงใดๆ กับอิหร่าน เพราะเชื่อว่าทั้งสองฝ่ายควรใช้เวลาเพื่อบรรลุข้อตกลงที่ดี
ทรัมป์โพสต์ลงบนทรูธโซเชียลเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมว่า สหรัฐจะยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ถึงแม้ก่อนหน้านี้ ทรัมป์จะออกมาพูดถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐและอิหร่านจะบรรลุข้อตกลง แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีจุดยืนที่ไม่ตรงกันในหลายประเด็นสำคัญ เช่น โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ข้อเรียกร้องของอิหร่านให้สหรัฐยกเลิกการคว่ำบาตร และการให้สหรัฐเปิดทางให้อิหร่านเข้าถึงเงินรายได้จากการขายน้ำมันที่อายัดอยู่ในธนาคารต่างชาติ
ด้านสำนักข่าวทาสนิมของทางการอิหร่านระบุว่าสหรัฐอเมริกายังคงขัดขวางโอกาสในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพ อาทิ ยังไม่ยินยอมในข้อเรียกร้องให้อิหร่านเข้าถึงสินทรัพย์ที่ถูกสหรัฐอายัดไว้ ที่ปรึกษาของอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ยืนยันว่าอิหร่านมีสิทธิตามกฎหมายที่จะบริหารช่องแคบฮอร์มุซ
เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลสหรัฐเปิดเผยว่าทั้งสหรัฐและอิหร่านจะยังไม่มีการลงนามข้อตกลงในวันที่ 24 พฤษภาคม อ้างว่าเพราะระบบการดำเนินงานของอิหร่านไม่ได้รวดเร็วพอ แต่อิหร่านได้ตกลง “ในหลักการ” เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการให้สหรัฐยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือ รวมถึงตกลงในหลักการเกี่ยวกับการกำจัดแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะแล้วของอิหร่าน
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังอ้างว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านยังได้เห็นชอบต่อกรอบการทำงานของข้อตกลงแล้วเช่นกัน สหรัฐอเมริกาคาดหวังว่าจะมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นประการแรกและยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ก่อนที่จะมีการเจรจาเรื่องมาตรการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาสักระยะจึงจะได้ข้อสรุป
เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐอีกคนเปิดเผยว่า กรอบการทำงานที่มีการเสนอขึ้นมาหารือนั้นพูดถึงการให้เวลาทีมเจรจา 60 วันเพื่อบรรลุข้อตกลง แหล่งข่าวจากทางอิหร่านให้ความเห็นว่า ในขั้นต่อไปอาจพูดถึงการหาแนวทางเพื่อแก้ไขและหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรกับคลังแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะแล้วของอิหร่าน และการกำจัดสสารทางนิวเคลียร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เริ่มมีรายละเอียดเกี่ยวกับข้อตกลงระหว่างสหรัฐและอิหร่านเปิดเผยออกมา นักการเมืองและนักวิเคราะห์หลายคนออกมาวิจารณ์เนื้อหาของข้อตกลงดังกล่าว นายไมค์ ปอมเปโอ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐและสมาชิกพรรคเดโมแครตหลายคนระบุว่าร่างข้อตกลงนี้ไม่ได้ดีไปกว่าข้อตกลงนิวเคลียร์ที่สหรัฐทำไว้กับอิหร่านในสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อปี 2015 ที่ทรัมป์ถอนตัวออกมาในขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก
นายคริส แวน ฮอลเลน สมาชิกคณะกรรมการการต่างประเทศของวุฒิสภาสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ให้ความเห็นว่าร่างข้อตกลงที่สื่อรายงานนั้นแทบไม่ต่างกับช่วงก่อนหน้าการทำสงครามกับอิหร่านเลย และนี่เป็นความผิดพลาดใหญ่ ทรัมป์ออกมาตอบโต้คำวิจารณ์ว่าอย่าไปฟังเสียงนักวิจารณ์ที่ไม่รู้เรื่องอะไร แต่ขอให้เชื่อว่าเมื่อเขาจะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านก็จะต้องเป็นข้อตกลงที่ดีและเหมาะสมเท่านั้น




