
จำนวนผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ คองโก เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 900 รายแล้ว จากการเปิดเผยของทางการคองโกเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม สอดคล้องกับนายเท็ดรอด อัดฮานอม ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ข้อมูลดังกล่าวในวันเดียวกันแต่ระบุเพิ่มเติมว่าในจำนวนนี้มีเคสที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้ออีโบลาแล้ว 101 ราย
กระทรวงสื่อสารของคองโกโพสต์เผยบน X ว่ามีผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลา 904 ราย และผู้เสียชีวิตที่ต้องสงสัยติดเชื้อดังกล่าว 119 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ทางการคองโกระบุว่ามีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อกว่า 700 ราย และผู้ต้องสงสัยที่เสียชีวิตมากกว่า 170 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดอิตูรี ที่เป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้ออีโบลาในคองโกครั้งนี้
หนึ่งวันก่อนนั้นองค์การอนามัยโลกระบุว่า การระบาดของโรคอีโบลาครั้งนี้ขณะนี้มีความเสี่ยงอยู่ในระดับ “สูงมาก” สำหรับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก แต่ความเสี่ยงที่จะกระจายไปไปทั่วโลกนั้นยังคงอยู่ในระดับต่ำ
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในคองโกกำลังเผชิญความท้าทายทายอย่างหนักในการพยายามควบคุมการระบาด ซึ่งได้ถูกประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับโลกแล้ว
ในเย็นวันเดียวกัน มีรายงานกลุ่มชายฉกรรจ์ที่โกรธแค้นได้บุกเข้าไปในโรงพยาบาลมองบวาลูที่รักษาผู้ป่วยอีโบลา ในภาคตะวันออกของประเทศที่เป็นศูนย์กลางการระบาด ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ต้องรีบอพยพผู้ป่วย ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังขึ้นในพื้นที่ เบื้องต้นยังไม่ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีโรงพยาบาลแห่งนี้หรือไม่ แต่นายแพทย์ริชาร์ด โลคูดู ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีว่า ผู้โจมตีเรียกร้องให้นำร่างของญาติ 2 คนส่งมอบให้พวกเขา
นับเป็นเหตุโจมตีครั้งที่ 3 ภายในหนึ่งสัปดาห์ที่เกิดขึ้นกับสถานพยาบาลที่บุคลากรทางการแพทย์กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนทรัพยากรในการรักษาผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลา โดยก่อนหน้านี้เกิดเหตุวางเพลิงโจมตีศูนย์รักษาโรคอีโบลาในภาคตะวันออกของคองโกเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนในภูมิภาคดังกล่าวที่เผชิญความรุนแรงจากกลุ่มกบฏติดอาวุธ การอพยพของประชาชนจำนวนมาก ความล้มเหลวของรัฐบาลท้องถิ่นและการตัดความช่วยเหลือระหว่างประเทศ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าได้ทำให้สถานพยาบาลในพื้นที่อ่อนแอลง
โดยกาบริเอลลา อาเรนา ผู้ประสานงานระดับภูมิภาคของสหพันธ์สภากาชาดและสภาเสี้ยวเดือนแดงระหว่างประเทศกล่าวว่า การระบาดของอีโบลากำลังเกิดขึ้นในชุมชนที่เผชิญกับความไม่มั่นคง การพลัดถิ่น และระบบสาธารณสุขที่เปราะบางอยู่แล้ว




