Grounding Heaven around Bangkok 8 แหล่งชวนผ่อนใจกราวด์ดิ้งรอบกรุงเทพฯ

คุณกำลังเครียดอยู่ใช่ไหม? ความเครียดกลายมาเป็นเรื่องปกติของชีวิตของมนุษย์ยุคนี้ไปแล้ว โดยเฉพาะผู้คนที่อยู่ในเมืองกรุงนั้นมีโอกาสเผชิญกับสิ่งเร้าให้เกิดความเครียดมากมายตลอดเวลา จากคำถามข้างต้นถ้าคุณตอบว่า “ใช่” เราอยากชวนคุณมาปลดปล่อยพลังนี้ออกไปจากตัวกัน

Grounding (กราวด์ดิ้ง) คือการเชื่อมต่อร่างกายกับพลังธรรมชาติโดยตรง อย่างเช่นการเดินเท้าเปล่าบนผืนหญ้าไปจนถึงพื้นดิน การนำอวัยวะไปจุ่มไปจนถึงว่ายน้ำตามแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือแม้แต่การเอามือไปสัมผัสกับต้นไม้ เป็นต้น แนวคิดนี้เชื่อว่าร่างกายของเรามีประจุบวกสะสมจากการใช้ชีวิตประจำวันอยู่เสมอ การได้มีโอกาสกราวด์ดิ้งคือการถ่ายเทประจุเหล่านี้ออกจากร่างกายเรา สามารถปรับสมดุลพลังงาน ลดการอักเสบ และช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้ยิ่งขึ้น ลดความเครียดลงได้ และเยียวยาสุขภาพกายและสุขภาพใจให้ดีขึ้นด้วย กิจกรรมง่าย ๆ นี้บางทีอาจเป็นเรื่องที่หาทำได้ยากสำหรับคนอยู่ในเมืองใหญ่ อันที่จริงยุคนี้มีแหล่งพักผ่อนหย่อนใจผุดขึ้นมากมายทว่าวันนี้เราลองคัดสรรพื้นที่รอบกรุงเทพฯ ที่น่าชวนไปกราวด์ดิ้งด้วยกัน

สวนเบญจกิติ (สุขุมวิท-คลองเตย)

ภาพคนเดินเท้าเปล่าบนผืนหญ้าในสวนธรรมชาติ เพื่อสื่อถึงการทำกราวด์ดิ้งและผ่อนคลายความเครียดในกรุงเทพฯ 1

ปอดขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ นี้มีจุดเด่นในการสร้างระบบนิเวศเลียนแบบวิถีธรรมชาติได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากบรรยากาศจะเหมือนเดินอยู่ท่ามกลางธรรมชาติแล้วสวนแห่งนี้ยังมีบริเวณสนามหญ้าหลายจุดให้เราลงไปเดินตลอดจนทิ้งกายเพื่อกราวด์ดิ้งได้อย่างไม่เคอะเขินด้วย อย่างเช่นโซนอัฒจันทร์กลางที่สามารถเดิ่นเล่น นั่งอ่านหนังสือ ไปจนถึงทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากมาย รวมถึงมีต้นไม้ใหญ่มากมายให้เราสัมผัส หรือจะเป็นโซนริมสระน้ำใหญ่ติด ถ.รัชดาฯ ที่ทาง กทม. นำเก้าอี้แบ่งปัน (Chair for sharing) เตียงผ้าใบมาวางไว้บนสนามหญ้าให้เราสามารถนั่งชิลล์ไปพร้อมกราวด์ดิ้งริมสระได้อย่างแสนสบายทีเดียว

สวนภูผาสู่มหานที (จตุจักร) 

ภาพคนเดินเท้าเปล่าบนผืนหญ้าในสวนธรรมชาติ เพื่อสื่อถึงการทำกราวด์ดิ้งและผ่อนคลายความเครียดในกรุงเทพฯ 2

ย่านจตุจักนี้มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกันหลายสวนและทุกสวนล้วนเหมาะแก่การหาพื้นที่กราวด์ดิ้งอย่างยิ่ง ทว่าสวนใหม่ล่าสุดในย่านนี้ออกแบบพื้นที่สีเขียวให้ผสมผสานจุดทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบได้อย่างน่าสนใจตลอดจนมีจุดชวนให้กราวด์ดิ้งมากมาย อย่างโซนอัฒจันทร์เล็กที่ให้เรานั่งเล่นเอาเท้าสัมผัสพื้นได้ง่ายดาย หรือจะเป็นโซนเนินเขาจำลองที่เหมาะสำหรับการนำเด็ก ๆ ไปเล่นด้วยกัน อีกหนึ่งจุดเด่นคือโซนจัดแต่งก้อนหินขนาดใหญ่ที่ทำให้เราไปนั่งพักหรือเดินบนหินเพื่อช่วยนวดเท้าและเปลี่ยนบรรยากาศกราวด์ดิ้งได้เช่นกัน

สวนหลวง ร.9 (ประเวศ) 

ภาพคนเดินเท้าเปล่าบนผืนหญ้าในสวนธรรมชาติ เพื่อสื่อถึงการทำกราวด์ดิ้งและผ่อนคลายความเครียดในกรุงเทพฯ 3

สำหรับชาวกรุงเทพฯ โซนฝั่งตะวันออกสวนสาธารณะขนาดใหญ่ผืนนี้เต็มไปด้วยธรรมชาติเขียวขจีหลากหลายรูปแบบและกิจกรรมให้พักผ่อนมากมาย รวมถึงพื้นที่กราวด์ดิ้งหลากหลายโซนที่ให้เราทั้งสามารถเดินเล่นบนสนามหญ้า ปลีกวิเวกไปหามุมนั่งอ่านหนังสือพร้อมกราวด์ดิ้งท่ามกลางความสงบ ตลอดจนมีต้นไม้ใหญ่ให้สัมผัสและมีหินก้อนใหญ่ให้เราได้เปลี่ยนบรรยากาศกราวด์ดิ้งได้ดีไม่แพ้สวนสาธารณะอื่น 

สวนสันติชัยปราการ (พระนคร) 

ภาพคนเดินเท้าเปล่าบนผืนหญ้าในสวนธรรมชาติ เพื่อสื่อถึงการทำกราวด์ดิ้งและผ่อนคลายความเครียดในกรุงเทพฯ 4

ถึงแม้ขนาดสวนจะไม่ได้ใหญ่นักและดูจะเป็นแค่ระดับ Pocket Park กลางเมืองเสียมากกว่า แต่สวนหย่อมขนาดย่อมนี้กลับมีลานขั้นบันไดสีเขียวให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจและเอาเท้ากราวด์ดิ้งกับพื้นได้อย่างสบาย (และน่าจะเป็นสวนสไตล์สแตนด์ให้นั่งพักผ่อนแห่งแรก ๆ ของกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้) นอกจากจะตั้งอยู่ริมเจ้าพระยาที่วิวดีและลมพัดเย็นสบายแล้วพื้นที่นี้ยังมาพร้อมวิวสวยทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างป้อมพระสุเมรุอันตระหง่านงดงามด้วย ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจขวัญใจทั้งคนไทยและคนต่างชาติเลยก็ว่าได้ เป็นจุด กราวด์ดิ้งสุดป๊อปมาช้านานเลยเชียวล่ะ

อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ปทุมวัน)

ภาพคนเดินเท้าเปล่าบนผืนหญ้าในสวนธรรมชาติ เพื่อสื่อถึงการทำกราวด์ดิ้งและผ่อนคลายความเครียดในกรุงเทพฯ 5

อุทยานใจกลางกรุงอีกแห่งที่มีสนามหญ้าชวนนั่งเพลินเดินเล่นตลอดจนมีกิจกรรมน่าสนุกเกิดขึ้นมากมายตลอดเวลา ที่นี่เป็นอีกแห่งที่ออกแบบสวนให้ทันสมัยแต่มีวิถีธรรมชาติที่น่าหลงใหลไปพร้อมกัน นอกจากโซนสนามหญ้าสีเขียวอีกแหล่งที่ชวนกราวด์ดิ้งไม่แพ้กันก็คือโซนลานหินหลากหลายจุดที่มีตั้งแต่ก้อนใหญ่ยันก้อนเล็กไว้ให้เดินสัมผัสธรรมชาติและนวดเท้าได้เป็นอย่างดีทีเดียว รวมถึงโซนเก้าอี้ยาวให้นั่งกราวด์ดิ้งสัมผัสธรรมชาติได้อย่างสบายใจอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ (คลองหลวง จ.ปทุมธานี)

ภาพคนเดินเท้าเปล่าบนผืนหญ้าในสวนธรรมชาติ เพื่อสื่อถึงการทำกราวด์ดิ้งและผ่อนคลายความเครียดในกรุงเทพฯ 6

ส่วนใครที่ชอบกราวด์ดิ้งเชิงกิจกรรมไปพร้อมกับการเรียนรู้วิถีเกษตรในตัว หรืออยากกราวด์ดิ้งแบบครอบครัว แนะนำให้ลองออกนอกเมืองมาสักนิดเพื่อสนุกกับกิจกรรมที่นี่ แน่นอนว่าไฮไลท์เด่นชวนสัมผัสธรรมชาติก็คือกิจกรรม “ลงนา เล่น เลอะ เรียนรู้เรื่องข้าว” ที่เปิดโอกาสให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้ลองสนุกกับการลงไปดำนาตลอดจนมีความสุขกับการเลอะโคลนได้อย่างอิสระเสรี นอกจากจะได้กราวด์ดิ้งกันเต็ม ๆ แล้วยังได้ออกแรงเสียเหงื่อปลดปล่อยความเครียดได้อย่างดีทีเดียวล่ะ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมดูแลสุขภาพด้วยบริการแช่มือและเท้ากับน้ำสมุนไพรไทยสูตรเฉพาะที่จะช่วยสร้างความผ่อนคลายและรีบูทร่างกายได้ดีทีเดียว  

สวนสามพราน (นครปฐม)

ภาพคนเดินเท้าเปล่าบนผืนหญ้าในสวนธรรมชาติ เพื่อสื่อถึงการทำกราวด์ดิ้งและผ่อนคลายความเครียดในกรุงเทพฯ 7

อีกหนึ่งแหล่งชวนกราวด์ดิ้งใกล้กรุงที่จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับวิถีธรรมชาติและสนุกกับวิถีเกษตรไทยไปพร้อมกัน นอกจากพื้นที่ให้เดินเล่นบนสนามหญ้าและกิจกรรมมากมายแล้ว ภายในบริเวณนี้ยังมีโซนคาเฟ่นั่งชิลตลอดจนมุมนั่งพักผ่อนแสนสบายที่ให้เราได้สัมผัสธรรมชาติท่ามกลางความสงบร่มเย็นอย่างเต็มที่ แล้วไฮไลท์พิเศษทีเด็ดกว่านั้นก็คือโซน Patom Organic Dog Park ที่เหมาะสำหรับชวนน้องหมามากราวด์ดิ้งไปกับธรรมชาติด้วยกัน นอกจากจะปลอดภัยไร้สารเคมีอันตรายแล้วโซนนี้ยังล้อมรั้วเป็นสัดส่วนให้น้องหมาสนุกกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่และเจ้าของไร้กังวลอีกด้วย รวมถึงมีโซนให้แช่บ่อน้ำและของเล่นวิถีธรรมชาติที่ให้ทั้งน้องหมาและเราได้สัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง

เสถียรธรรมสถาน (วัชรพล-รามอินทรา)

ภาพคนเดินเท้าเปล่าบนผืนหญ้าในสวนธรรมชาติ เพื่อสื่อถึงการทำกราวด์ดิ้งและผ่อนคลายความเครียดในกรุงเทพฯ 8

พื้นที่ธรรมสถานแห่งความสงบนี้ชวนเรากราวด์ดิ้งไปกับธรรมชาติได้อย่างไม่เคอะเขินเพราะนี่คือหนึ่งวิถีปฏิบัติของที่นี่ การถอดรองเท้าเดินกับผืนหญ้า เหยียบย่างบนหิน หรือแม้แต่การกอดโอบต้นไม้ ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมปกติของที่นี่ที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันสดชื่น ปลุกพลังชีวิตได้เป็นอย่างดี หรือถ้าอยากกราวด์ดิ้งร่วมกับวิถีธรรมด้วยก็สามารถสมัครเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมกับที่นี่ได้ที่จะทำให้เราได้ฝึกจิต ผ่อนคลาย ไปพร้อมกิจกรรมชวนกราวด์ดิ้งหลากหลายแบบทีเดียว 

ภาพ: กรุงเทพมหานคร (Greener Bangkok), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ, เสถียรธรรมสถาน, สวนสามพราน