อุตสาหกรรมค้าปลีกและการท่องเที่ยวระดับโลกก้าวพ้นยุคของการใช้ Gut Feeling ในการตัดสินใจทางธุรกิจ สู่ยุคที่ถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ล่าสุด กลุ่มสยามพิวรรธน์ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีกชั้นนำระดับโลก ตอกย้ำความเป็นผู้เปลี่ยนเกมด้วยการยกระดับความร่วมมือกับ Huawei เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการค้าปลีก
หากเจาะลึกไปที่ความร่วมมือดังกล่าว กลุ่มสยามพิวรรธน์ได้นำบริการ Huawei Cloud เข้ามาทลายกำแพงในการบริหารจัดการด้านไอที ควบคู่ไปกับ HarmonyOS ระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟน และสมาร์ทวอทช์ของ Huawei ที่ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้จริง
เพื่อทราบถึงความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ Brand Inside มีโอกาสพูดคุยกับ คุณไวยศ ปิยะกุลวรวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนลูกค้าและธุรกิจ และ คุณธนวรรณ อรรคลีพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Tourist Management โดยคำตอบต่าง ๆ จะอยู่ในบรรทัดหลังจากนี้

Huawei Cloud และ HarmonyOS ช่วยทลายข้อจำกัด
คุณไวยศ ปิยะกุลวรวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารกลุ่มงานพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนลูกค้าและธุรกิจ เล่าให้ฟังว่า ในอดีตระบบจัดการข้อมูลขององค์กรพึ่งพา Data Center ภายในเป็นหลัก แต่เมื่อธุรกิจขยายตัว ทั้งในแง่ของรายได้และปริมาณลูกค้า การนำ Huawei Cloud เข้ามาใช้งานถือเป็นการทุบกำแพงข้อจำกัดด้าน Capacity ในทันที
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ทำให้สยามพิวรรธน์สามารถรองรับการเติบโตของทราฟฟิกได้อย่างไร้ขีดจำกัด เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น อีกทั้งการนำ Data Platform ของ Huawei มาใช้ ยังช่วยให้ทีมงานสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกในมิติต่าง ๆ และอัปเกรดเทคโนโลยีได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน HarmonyOS หรือระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟน และสมาร์ทวอทช์ของ Huawei ยังช่วยติดอาวุธธุรกิจเช่นกัน
ผ่านการนำ ONESIAM Global Visitor Card ไปผสานรวมกับ HarmonyOS เพราะการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับนักท่องเที่ยวนั้น หากบังคับให้ผู้ใช้งานต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน มักก่อให้เกิดโอกาส Drop-Off หรือผู้ใช้ยกเลิกการสมัครในขั้นตอนสุดท้าย อาจเพราะปัจจัยด้านราคาอินเทอร์เน็ตโรมมิ่งและความยุ่งยากในขั้นตอนการลงทะเบียน

เพิ่มโอกาสนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาจับจ่าย
คุณธนวรรณ อรรคลีพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Tourist Management เสริมว่า HarmonyOS เข้ามาแก้ปัญหานี้โดยตรง เนื่องจากระบบปฏิบัติการของ Huawei ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่แสดงผล แต่มาพร้อมกับ Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งแผนที่และบริการผู้ช่วยอัจฉริยะ ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถลงทะเบียนได้ด้วยปลายนิ้วสัมผัสแบบ One Touch
การเชื่อมต่อกับฐานผู้ใช้สมาร์ตโฟนกว่า 400 ล้านเครื่องในประเทศจีน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถลงทะเบียนและรับสิทธิประโยชน์ตั้งแต่ก่อนเริ่มเดินทาง หรือ Pre-Trip โดยไม่ต้องรอให้ถึงกรุงเทพฯ สิทธิประโยชน์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุม Customer Journey อย่างครบวงจร ตั้งแต่ส่วนลดการเดินทางจากสนามบิน บริการฝากกระเป๋าไปที่โรงแรม จนถึงสิทธิพิเศษเมื่อเข้ามาจับจ่ายในศูนย์การค้า
หนึ่งในข้อพิสูจน์ที่เห็นได้ชัดคือ สถิติในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา มียอด Pre-Trip จากแพลตฟอร์มของ Huawei ทะยานขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง เติบโตถึง 400% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แซงหน้าช่องทางยอดนิยมเดิมอย่าง WeChat แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนในภาพรวมระดับประเทศจะเติบโตประมาณ 10-20% แต่สถิติการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ภายในศูนย์การค้าของสยามพิวรรธน์ กลับพุ่งสูงขึ้นกว่า 100%
ข้อมูลเหล่านี้ไม่เพียงแต่ยืนยันถึง Conversion Rate ที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของ Data Depth ที่ชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมลูกค้า ข้อมูลประชากร และความสนใจเฉพาะบุคคล ซึ่งสยามพิวรรธน์นำมาต่อยอดเป็นแคมเปญการตลาดที่แม่นยำยิ่งขึ้น

Huawei Wearable กับโอกาสใหม่ของ Retail Tech
คุณไวยศ เสริมว่า เป้าหมายระยะต่อไปคือการขยายฐานสู่ผู้ใช้งาน Huawei Wearable กว่า 200 ล้านคนทั่วโลก อุปกรณ์สวมใส่และ IoT คืออนาคตที่เทคโนโลยีจะหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีก การประยุกต์ใช้อุปกรณ์สวมใส่ไม่ใช่แค่การนับก้าวเดิน แต่เป็นการสร้างความบันเทิงและประสบการณ์ใหม่ในรูปแบบ Shopping is Fun
“ถือเป็น Game Changer ที่ไม่เคยมีศูนย์การค้าใดทำมาก่อน และทีมงานของสยามพิวรรธน์ใช้เวลาเพียง 4-5 สัปดาห์ ในการพัฒนาซอฟต์แวร์เวอร์ชันแรกเพื่อรองรับระบบนี้” คุณไวยศ กล่าว
ด้านคุณธนวรรณ ระบุว่า นี่คือโอกาสในการก้าวสู่ตลาด Global อย่างแท้จริง เพราะ Huawei Wearable ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับต้น ๆ ในหลายประเทศของเอเชีย การใช้ข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน เช่น อัตราการก้าวเดิน หรือสภาวะอารมณ์ สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อมอบสิทธิพิเศษ เช่น การเดินให้ครบตามเป้าหมายเพื่อแลกรับบัตรกำนัล

ความมั่นคงปลอดภัย และวัฒนธรรมองค์กรที่คล่องตัว
การบริหารจัดการข้อมูลจำนวนมหาศาลต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบขั้นสูงสุด คุณไวยศ ย้ำว่า สยามพิวรรธน์ดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมาย PDPA ของไทย และคำนึงถึงระเบียบ GDPR สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ องค์กรยังได้รับการรับรองมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระดับสากล ISO 27001 โดยใช้โครงสร้างการควบคุมระดับเดียวกับสถาบันการเงิน และมีการเข้ารหัสฐานข้อมูลอย่างรัดกุม
เบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดการทำงานแบบ Work as One โดยทีม Tourist Management และทีมพัฒนาเทคโนโลยี ที่มีขนาดเพียง 10 คน แต่เปี่ยมไปด้วยความคล่องตัวและนวัตกรรม บุคลากรถูกดึงมาจากหลากหลายความเชี่ยวชาญ และทำงานร่วมกันแบบสอดประสาน พร้อมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการเขียนโค้ดและทดสอบระบบ เพื่อเร่งความเร็วในการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด การโฟกัสที่เป้าหมายร่วมกันและการลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง คือดีเอ็นเอการทำงานแบบสยามพิวรรธน์
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง Siam Piwat และ Huawei จึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ แต่คือการทรานส์ฟอร์มธุรกิจค้าปลีกสู่ Global Experiential Destination อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมก้าวขีดจำกัดเดิมเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ที่ตอบสนองต่อนักเดินทางระดับพรีเมียมทั่วโลก

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




