ทำไมหุ้น ‘เฟอร์รารี่’ ร่วง หลังเปิดตัว EV คันแรก

Ferrari/Handout via REUTERS

หลังการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบของแบรนด์รถซูเปอร์คาร์อย่างเฟอร์รารี่ ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงประมาณ 8% ในตลาดมิลานและ 5.3% ในสหรัฐ ผู้เชี่ยวชาญชี้เกิดจากสองปัจจัยคือ ‘ดีไซน์’ และความกังวลของนักลงทุน

CNBC รายงานว่า หุ้นของบริษัทผลิตรถยนต์หรู ‘เฟอร์รารี่’ ร่วงลงอย่างหนัก หลังจากเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) 100% คันแรกของแบรนด์

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 เฟอร์รารี่ เปิดตัวรถอีวี 100% คันแรกของแบรนด์ ‘Ferrari Luce’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘แสง’ โดยอธิบายว่า ชื่อดังกล่าวสะท้อนถึงความชัดเจนและทิศทางของบริษัท

รถรุ่นใหม่ที่หลายคนรอคอยนี้ มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์แตกต่างจากเฟอร์รารี่ทั่วไป อีกทั้งเป็นการเปิดตัวท่ามกลางบริบทที่ผู้ผลิตรถยนต์หรูรายอื่น ๆ โดยเฉพาะปอร์เช่และลัมโบร์กินี ลดแผนการเปิดตัวรถอีวีลงเนื่องจากดีมานด์ที่อ่อนแอ

ภายหลังการเปิดตัว หุ้นเฟอร์รารี่ในมิลานร่วงลงประมาณ 8% ขณะที่หุ้นที่จดทะเบียนในสหรัฐ ลดลง 5.3%

Advertisement

ไมเคิล ฟิลด์ หัวหน้านักกลยุทธ์หุ้น จากบริษัทวิจัยข้อมูลการลงทุน มอร์นิ่งสตาร์ (Morningstar) กล่าวว่า สาเหตุที่หุ้นของเฟอร์รารี่ร่วงเกิดจากสองปัจจัยคือ ‘การไม่ชอบดีไซน์’ และสำนวนคลาสิกในวงการตลาดหุ้นที่ว่า ‘ระหว่างทางล้ำค่ากว่าจุดหมาย’

“จะสังเกตได้ว่า ในวันที่ 25 พ.ค. 2026 ก่อนการเปิดตัวรถ หุ้นเฟอร์รารี่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก แต่ท้ายที่สุดแล้ว แฟนคลับหลายคนกลับผิดหวังที่เฟอร์รารี่หันไปยอมรับแนวคิดรถอีวี พวกเขามองว่า มันทำให้คุณค่าความเป็นแบรนด์รถซูเปอร์คาร์ลดน้อยลงไป เพราะที่ผ่านมาภาพจำของเฟอร์รารี่ล้วนถูกสร้างขึ้นภายใต้ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ คลาสิก และมีพละกำลังดุดันแบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน” ฟิลด์กล่าว

Advertisememt

ด้านมุมมองการลงทุน ฟิลด์ระบุว่า นักลงทุนหลายคนกังวลเกี่ยวกับการพัฒนารถอีวี เนื่องจากมีต้นทุนการวิจัยและพัฒนาสูงมาก ซึ่งสร้างแรงกดดันสูงต่อแบรนด์ในการชดเชยต้นทุน และอาจทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนของธุรกิจลดลง

เพื่อตอกย้ำกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ลูคา ดิ มอนเตเซโมโล อดีตซีอีโอเฟอร์รารี่ ซึ่งดำรงตำแหน่งมายาวนาน ตั้งแต่ปี 1991-2014 ผู้พลิกโฉมเฟอร์รารี่จากทีมแข่งรถที่ประสบปัญหาให้กลายเป็นแบรนด์ซูเปอร์คาร์ที่ประสบความสำเร็จ ให้สัมภาษณ์กับสื่ออิตาลีว่า รถคันนี้เป็นความอัปยศต่อประวัติศาสตร์อันยาวนานของบริษัท

“ผมหวังว่าเฟอร์รารี่จะถอดโลโก้ม้าลำพองออกจากรถคันนั้น” มอนเตเซโมโลกล่าว ระหว่างการประชุมธุรกิจในกรุงโรม ตามรายงานของรอยเตอร์ (Reuters)

อย่างไรก็ดี เมื่อปี 2025 มอนเตเซโมโล เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารของบริษัทคู่แข่งอย่าง แมคลาเรน (McLaren) ซึ่งผลิตสปอร์ตคาร์และมุ่งเน้นไปที่เครื่องยนต์ไฮบริด รวมถึงเป็นคู่แข่งเฟอร์รารี่ในสนามฟอร์มูล่าวันด้วย

ขณะที่ มัตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของอิตาลี ก็ได้วิพากษ์วิจารณ์รถรุ่นดังกล่าวผ่าน X เช่นกัน

“รถอีวีที่ราคาแพงลิบลิ่ว (ตั้ง 550,000 ยูโร!) แถมในแง่ของความสวยงาม ก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก… มันดูไม่เหมือนรถจากค่ายม้าลำพองสักนิด นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ‘นวัตกรรม’ งั้นหรือ? ใครจะไปรู้ว่า เอ็นโซ เฟอร์รารี่ (ผู้ก่อตั้งเฟอร์รารี่) จะพูดว่าอย่างไรบ้าง…” ซัลวินีระบุ

แอนโทนี ดิ๊ก นักวิเคราะห์ยานยนต์จาก Oddo BHF ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินและการธนาคารอิสระของยุโรป กล่าวว่า ราคาหุ้นที่ร่วงลง เป็นการตอบสนองที่รุนแรงที่สุดที่เคยเห็นมาสำหรับดีไซน์รถยนต์

“Ferrari Luce เป็นการหันเหออกจากปรัชญาแบรนด์มากที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา และอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร หากรถรุ่นนี้ขายไม่ออกจริง ๆ” ดิ๊กกล่าว แม้เบเนเดตโต วิกนา ซีอีโอของเฟอร์รารี่จะกล่าวว่า Ferrari Luce จะยังคงมอบความรู้สึก ‘แบบเดียวกัน’ ให้กับผู้ขับขี่เฟอร์รารี่ก็ตาม

เมื่อถูกถามว่า บริษัทจะสามารถตอบสนองต่อทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าเดิมได้หรือไม่ วิกนากล่าวว่า เมื่อคุณนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ คุณต้องคำนึงถึงคำว่า ‘ความเคารพ’ เสมอ

“เพราะเมื่อคุณมีเทคโนโลยีใหม่ คุณต้องแน่ใจว่าเทคโนโลยีนั้นได้รับการนำเสนออย่างเหมาะสมในด้านการออกแบบ ดังนั้นการออกแบบจึงต้องแตกต่างออกไป” วิกนากล่าวพร้อมระบุว่า ลูกค้าปัจจุบันจะสนใจ Ferrari Luce และบริษัทก็ยินดีต้อนรับผู้ซื้อรายใหม่ด้วยรถอีวีเต็มรูปแบบรุ่นนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง