เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่สเตเดียม วัน ถนนบรรทัดทอง กรุงเทพฯ เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเตรียมแถลงนโยบายครั้งแรกของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เบอร์ 9 ซึ่งทีมงานมีการจัดเตรียมสถานที่โดยจัดเรียงเก้าอี้กว่า 400 ตัว พร้อมเปิดเพลง ‘เบอร์ 9 ชัชชัชชาติ’ กระหึ่ม
กระทั่งเวลา 16.33 น. นายชัชชาติ พร้อมอดีตรองผู้ว่าฯกทม. ได้แก่ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล และนายศานนท์ หวังสร้างบุญ เดินทางมาถึงด้วยการขี่จักรยานมาจากสามย่านมิตรทาวน์ หลังจบภารกิจหาเสียงที่ชุมชนคลองเตย โดยขึ้นเอ็มอาร์ทีจากสถานีคลองเตย มายังสถานีสามย่าน
ทั้งนี้ ประชาชนทยอยเดินทางมารวมตัวให้กำลังใจ และรอฟังการแถลงของนายชัชชาติ รวมถึงนางประทีป อึ้งทรงธรรม ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป ได้เดินทางมาจากชุมชนคลองเตย เพื่อรับฟังการแถลงด้วย
ต่อมาเวลา 17.30 น. รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ อดีตอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นพี่ชายและพี่สาวของนายชัชชาติ ได้เดินทางมาถึง รวมถึงนายประกิต กอบกิจวัฒนา ครีเอทีฟชื่อดัง ผู้ทำแคมเปญ ‘ทำงาน ทำงาน ทำงาน’ สมัยแรกด้วย
กระทั่งเวลา 18.07 น. นายชัชชาติออกมาพบประชาชนที่นั่งรอรับฟังการแถลง โดยชนหมัดกับประชาชนซึ่งมีทุกเจเนอเรชั่น รวมถึงโอบกอดกับ รศ.นพ.ฉันชาย และ รศ.ดร.ปรีชญา

จากนั้นจึงขึ้นเวทีเพื่อเริ่มการแถลง
สำหรับแคมเปญในครั้งนี้ของนายชัชชาติ คือ ‘กรุงเทพฯ ทำงาน!’ โดยมีสโลแกน ‘เมืองสร้างโอกาส ทีมชัชชาติสร้างความหวัง’ ชูแนวคิดการต่อยอดจากการทำงานในสมัยแรก มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปรับปรุงประสิทธิภาพของเมือง และเพิ่มโอกาสในการทำมาหากินเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ
โดยนโยบายทีมชัชชาติครั้งนี้ตั้งอยู่บน 4 แกนสำคัญคือ คนอยู่ดี เมืองน่าอยู่ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจ ระบบมีประสิทธิภาพ ภายใต้แผนปฏิบัติการกว่า 250 ข้อ ที่พร้อมเริ่มทำงานได้ตั้งแต่วันแรก มีเป้าหมายชัดเจน และมีตัวชี้วัดที่ตรวจสอบได้เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นมหานครแห่งความหวังและโอกาสอย่างแท้จริง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการหาเสียงของนายชัชชาติในวันนี้ หลังจากจับได้เบอร์ 9 นายชัชชาติและทีมงานได้แจกจ่ายเอกสารแผ่นพับขนาดยาว มีข้อความตอนหนึ่งว่า
4 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง
4 ปีนับจากนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญของกรุงเทพฯ
เทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนเมืองทั่วโลก กรุงเทพมหานครจึงไม่ได้แข่งขันแค่กับตัวเองแต่กำลังแข่งขันกับเมืองใหญ่ทั่วโลกด้วย
เมืองจะเติบโตได้จำเป็นต้องมีคน ส่วนคนอยู่ในเมืองเพราะที่นี่คือแหล่งงาน ผมจึงตั้งใจทำให้คนที่อาศัยและทำงานในกรุงเทพฯ ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีความหวัง และมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับเมือง
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ในฐานะผู้ว่าฯกทม. เราทุกคน
‘ทำงาน ทำงาน ทำงาน” กันอย่างเต็มที่ จนมาถึงวันนี้ ที่ ‘กรุงเทพฯทำงาน’ แล้ว พื้นฐานของเมืองทำงานดีขึ้น
คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้น เมืองมีพื้นที่กิจกรรมและพื้นที่แสดงออกที่ทำให้ผู้คนมีความสุขมากขึ้น และวันนี้เราพร้อมที่จะพากรุงเทพฯ ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะเรามีรากฐานของเมืองที่แข็งแรงแล้ว เทคโนโลยีที่เหมาะสมจะเป็นตัวขยาย ศักยภาพ และพาเราโตไวไปอีกขั้น






