มาแน่ EVEANDBOY Café หมดยุคขายแค่ความงาม แต่ต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วย เตรียมเปิดปีนี้ที่ Platinum Pop

จากเมื่อก่อนที่อะไรๆ ก็ต้องแบรนด์นอก ใครจะไปเชื่อว่าสมัยนี้ คนไทยหันมานิยมใช้ ‘แบรนด์ไทย’ ด้วยกันเอง?

EVEANDBOY

‘EVEANDBOY’ ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ฝีมือคนไทยที่ประสบความสำเร็จมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2024 สามารถทำรายได้มากถึง 7,037 ล้านบาท ก่อนขยับมาเป็น 8,297 ล้านบาทในปี 2025 

สำหรับปี 2026 ‘บอย-หิรัญ ตันมิตร’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีฟแอนด์บอย จำกัด ตั้งเป้าทำรายได้ถึง 10,000 ล้านบาท ซึ่งจริงๆ เป็นเป้าของปี 2027 แต่จากการเติบโตในปัจจุบัน เขาเชื่อว่าสามารถทำให้สำเร็จในปีนี้ได้

อยู่คู่คนไทยมา 21 ปี ท่ามกลางตลาดที่ใครๆ ก็อยากลงมาเล่น

EVEANDBOY

หากใครได้ตามข่าวอยู่ คงพอเห็นว่า ประเทศไทยมีร้านค้าปลีกสำหรับสินค้าความงามและไลฟ์สไตล์เยอะอยู่พอสมควร ซึ่ง ‘บอย’ มองว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เนื่องจากตลาดนี้กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ EVEANDBOY ก็สามารถยืนหยัดอยู่ได้นานถึง 21 ปี ซึ่งบอยเชื่อว่าไม่ใช่แค่เพราะเป็นธุรกิจที่มีสินค้า ราคา ทีมงาน หรือโลเคชันที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่มันคือหลายๆ ปัจจัยประกอบเข้าด้วยกัน รวมถึงความพิเศษผ่านการคอลแลบร่วมกับแบรนด์อื่นๆ จนเกิดเป็นความเอ็กซ์คลูซีฟที่ลูกค้ามองหา

นอกจากนั้น แม้ปัจจุบันสถานการณ์เศรษฐกิจไทยอาจไม่สู้ดีเท่าไร แต่บอยเผยว่า สินค้าความสวยความงามยังเป็นหมวดที่เติบโต และ EVEANDBOY ก็พยายามทำการตลาดมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค

ปีนี้เปิดเพิ่มอีกกว่า 20 สาขา พร้อมโมเดลใหม่ ปั้นเป็นแลนด์มาร์ก

EVEANDBOY

สำหรับปี 2026 เพื่อดันรายได้สู่ 10,000 ล้านบาทตามเป้า EVEANDBOY จึงจะมุ่งหน้าขยายสาขาเพิ่มอีกมากกว่า 20 แห่ง จากเดิมที่มีราวๆ 67 สาขาในปี 2025 รวมถึงเปิด 3 โมเดลใหม่ ได้แก่

  1. EVEANDBOY Glass House Pop-up (สีลม): เปิดประสบการณ์ไปกับสินค้าใหม่ๆ รวมถึงสินค้าในกระแส ใจกลางย่านที่เต็มไปด้วยคนทำงาน คนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์
  1. EVEANDBOY Iconic Beauty Experience Landmark (ทรงวาด): ต่อยอดแนวคิดในการสร้างประสบการณ์รีเทลรูปแบบใหม่ด้วยการนำบิวตี้กับไลฟ์สไตล์มาผสานเข้ากับเสน่ห์ของย่านเมืองเก่าแห่งศิลปะและวัฒนธรรม
  1. EVEANDBOY Café (ศูนย์การค้า Platinum Pop): เพราะคนยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่ช็อปปิ้งอย่างเดียว แต่ยังมองหาสถานที่พักผ่อน และอยากสนุกไปกับแบรนด์ต่างๆ ด้วย จึงเกิดเป็นการต่อยอดแบรนด์ภายในร้านให้เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดยรายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอติดตามกันต่อไป

แบรนด์ไทยที่ขายสินค้าไทยและเห็นการเติบโตในหมู่คนไทย

EVEANDBOY
งานประกาศรางวัล EVEANDBOY BEST SELLING AWARDS 2026

ในฐานะที่ EVEANDBOY เป็นร้านค้าบิวตี้และไลฟ์สไตล์สัญชาติไทย ทางบริษัทก็เห็นแล้วว่า ผู้บริโภคยุคใหม่หันมาใช้สินค้าไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ต่างจากเมื่อก่อนที่ถ้าพูดถึงสกินแคร์หรือเครื่องสำอาง ต้องหนีไม่พ้นแบรนด์ต่างชาติ

อย่างในงานประกาศรางวัล ‘EVEANDBOY BEST SELLING AWARDS 2026’ ที่มีเกณฑ์การตัดสินจากยอดขายจริงเพียงอย่างเดียว บอยก็เห็นว่า แบรนด์ไทยได้รับรางวัลมากขึ้นทุกปี ซึ่งถือเป็นการการันตีว่าลูกค้าในปัจจุบันให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์บ้านเรา ไม่แพ้เมืองนอก

บอยยังบอกอีกว่า ในปีนี้ มีแบรนด์ไทยหลายแบรนด์ที่ได้รับรางวัลมาหลายปีติดแล้ว เช่น Vida (6 ปีซ้อน), Fresh Drop (6 ปีซ้อน), ARAYA (5 ปีซ้อน), Mille (5 ปีซ้อน), Sugar Gluta (5 ปีซ้อน), Puricas (4 ปีซ้อน) และ Nakiz (4 ปีซ้อน)

บอยมองว่า สาเหตุที่แบรนด์ไทยได้รับรางวัลหลายปีซ้อนเป็นเพราะแบรนด์ไทยรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไรและปรับตัวเร็ว จนสามารถพัฒนาสินค้ามาให้เหมาะกับสภาพอากาศ สภาพผิว หรือความชอบของคนในบ้านเรา 

“สิ่งหนึ่งที่เราภูมิใจเสมอ เราพูดกันตลอดว่า สมัยที่เราทำร้านแรกๆ เลย เมื่อ 21 ปีที่แล้ว แบรนด์ไทยในช่วงนั้นอาจโดนตั้งคำถามเยอะ ลูกค้าก็อาจจะมาถามหาแบรนด์นอกเป็นส่วนมาก แต่พอเวลาผ่านไป มันพิสูจน์หลายๆ อย่าง แบรนด์ไทยเองก็สามารถผลิตสินค้าได้เทียบเท่ากับแบรนด์นอก ผมว่าจริงๆ บางเรื่องอาจมีความเก่งในมุมของความต้องการของลูกค้ามากกว่าแบรนด์นอกด้วยซ้ำ” บอยกล่าว

สุดท้ายแล้ว การเติบโตของ EVEANDBOY อาจไม่ได้สะท้อนแค่ความสำเร็จของแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการบ่งบอกถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย และความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคไทยมีต่อแบรนด์ไทยด้วย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา