กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลุยตาก สางปมโฉนดทับที่ป่าสงวน 3.5 หมื่นไร่ ผงะเส้นแนวเขตที่ดินคลาดเคลื่อน 10 กม.

กมธ.สิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลุยตาก สางปมโฉนดทับที่ป่าสงวน 3.5 หมื่นไร่ ผงะเส้นแนวเขตที่ดินคลาดเคลื่อน บวมเป่ง 10 กิโลเมตร ชาวบ้านจ่อยื่นศาลคุ้มครองชั่วคราว

วันที่ 29 พฤษภาคม นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พร้อมด้วยนายจิระศักดิ์ ชูความดี รองประธานคณะกรรมาธิการ นายศรายุทธ ยิ้มยวน รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ นายสัมพันธ์ วิเศษชัยจินดา โฆษกคณะกรรมาธิการ นำคณะลงพื้นที่บริเวณป่าสงวนแห่งชาติแม่สลิด-โป่งแดง ต.โป่งแดง อ.เมืองตาก จ.ตาก เพื่อติดตามกรณีการออกโฉนดที่ดินทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติและป่าชุมชนบ้านหนองกระทุ่ม จำนวน 1,631 แปลง รวมกว่า 35,000 ไร่ ตามข้อร้องเรียนของ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานฯ และอดีตหัวหน้าชุดพญาเสือ

นายชีวะภาพ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่ยังคงเป็นผืนป่าอุดมสมบูรณ์ ไร้ร่องรอยการทำประโยชน์ของมนุษย์ อีกทั้งไม่ปรากฏการทำกิน ไม่มีทั้งการปลูกข้าวหรือข้าวโพด และไม่มีผู้ครอบครองจริง ซึ่งตามกฎหมายการจะออกโฉนดลักษณะนี้โดยไม่มี ส.ค. 1 ต้องมีการทำประโยชน์ที่พิสูจน์ให้เห็นเด่นชัดเจนเท่านั้นถึงจะออกได้ ดังนั้น เรื่องนี้ตรงนี้คงต้องดำเนินการตามระเบียบอย่างเด็ดขาด ว่าระเบียบมันมีว่าอย่างไรและผิดพลาดตรงไหน

จากนั้นคณะของนายชีวะภาพ ได้เดินทางไปยังผืนป่าชุมชนบ้านหนองกระทุ่ม หมู่ที่ 6 ต.โป่งแดง เพื่อตรวจสอบกรณีการออกโฉนดทับซ้อนป่าชุมชนอีก 17 แปลง พื้นที่รวม 1,056 ไร่ โดยมี พล.ท. มนตรี สุพิเพชร ผู้อํานวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กอ.รมน. น.ส.ปภัสรินทร์ พีรอัคราภัสร์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตาก, นายคริษฐ์ ปานเนียม อดีต สส.เขต 1 จ.ตาก พร้อมด้วยตัวแทนชาวป่าชุมชนบ้านหนองกระทุ่ม ร่วมเดินลุยป่าตรวจสอบอย่างพร้อมเพรียง

Advertisement

นายชีวะภาพ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบความคลาดเคลื่อนของการขีดเส้นแนวเขตที่ดิน ซึ่งมีลักษณะบวมเป่งขึ้นไปด้านบนของป่าเกือบ 10 กิโลเมตร แต่เมื่อมองออกไปยังมีแปลงที่ได้รับการจัดสรรโดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ อยู่เต็มไปหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในพื้นที่ยังเชื่อว่าเป็นเขตป่าสงวนฯ และทำแปลง คทช. ดูแลชาวบ้านอยู่ แต่กลับมีเจ้าหน้าที่บางคนไปแอบขีดเส้นแนวเขตร่วมกับกรมที่ดินไว้

“เจ้าหน้าที่รังวัดเข้ามาเดินสำรวจกันจริงหรือเปล่า เพราะสภาพป่ารกทึบจนส่องกล้องกันแทบไม่เห็น นึกออกไหม ปกติการออกโฉนดต้องมีผู้นำชุมชน มีหน่วยงานมาบันทึกขั้นตอนว่าทำกินอะไร ได้มาอย่างไร กว่าจะส่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลงนามแจกจ่าย ผมจึงกังขาว่าเดินสำรวจกันอย่างไร ซึ่งคณะกรรมาธิการจะขอเรียกดูเอกสารบันทึกรายงานทั้งหมด. ถ้ามันไม่อันตรธานหายไปซะก่อน นายชีวะภาพ กล่าว

นอกจากนี้นายชีวะภาพ ระบุว่า สำหรับมาตรการดับเครื่องชนแก๊งรุกป่านั้น ได้หารือร่วมกับ ศปป.4 กอ.รมน., สคทช. และทุกภาคส่วน ทุกคนเป็นห่วงสภาพป่ามาก หากปล่อยให้เรื่องล่าช้าไปกว่านี้ ผืนป่าจะถูกทำลายจนไม่สามารถเอากลับคืนมาเป็นแบบเดิมได้ เพราะเท่าที่ทราบตอนนี้ บางส่วนเริ่มถูกแผ้วถาง มีรถแม็คโครเข้ามาตัดต้นไม้เอาไปขายกันแล้ว เรื่องนี้ต้องเร่งรีบทำอย่างใดอย่างหนึ่งคู่ขนานกันไป โดยทางคณะกรรมาธิการ จะเร่งสรุปข้อมูลเบื้องต้น พร้อมประสานกรมป่าไม้และกรมที่ดินให้นำข้อมูลมากางดูเพื่อหาจุดผิดพลาด แล้วจะส่งรายงานไปทุกส่วน พร้อมแนะให้ประชาชน กลุ่มอนุรักษ์ หรือกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ตรงนี้ มาร่วมกันลงชื่อ เพื่อยื่นร้องต่อศาลปกครอง ให้คุ้มครองชั่วคราวไปก่อน โดยทำให้ศาลเห็นว่า ที่ดินแปลงเหล่านี้ออกไปโดยคลาดเคลื่อน ถ้าไม่คุ้มครองชั่วคราว เดี๋ยวป่าจะถูกตัด ถูกเปลี่ยนสภาพจนกู้คืนไม่ได้ ส่วนเรื่องการเพิกถอนโฉนด และการเฟ้นหาตัวคนผิดมาลงโทษ ก็ให้ดำเนินคดีควบคู่กันไป

ด้านนางสำรวย ประชาสนธิ์ ตัวแทนชาวบ้านกล่าวทั้งน้ำตาว่า พวกตนต่อสู้กันมานานมากจนตอนแรกคิดว่าไม่มีความหวังแล้ว วันนี้กรรมาธิการ สว. และทุกหน่วยงานลงพื้นที่ ทำให้รู้สึกว่าความยุติธรรมและกฎหมายมีอยู่จริง เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาโปรด ส่วนความน่ากลัวของกลุ่มผู้บุกรุกที่ผ่านมา ยอมรับว่าเคยได้ยินเสียงปืนข่มขู่บ่อยครั้งแต่ไม่เห็นตัวคนยิง จึงโทษใครไม่ได้ คิดว่าเขาก็คงรักษาสิทธิ์เพราะคิดว่าเขาถูก แต่เราขอยึดกฎหมายเป็นหลัก

​ในช่วงท้าย นางสำรวย ได้เป็นตัวแทนชาวบ้าน วอนขอให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วยเร่งรัดกระบวนการเพิกถอนโฉนด “ครุฑแดง” ทั้งหมดที่ออกทับซ้อนผืนป่าโดยมิชอบ ให้กลับคืนมาเป็นป่าชุมชนของหมู่บ้านหนองกระทุ่ม เพื่อให้ชาวบ้านได้ร่วมกันดูแลรักษาและฟื้นฟูผืนป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์เป็นสมบัติของแผ่นดินต่อไป.