ทลายแก๊ง18มงกุฏ ตระเวนหลอกผู้สูงอายุทั่วประเทศ ชวนเล่นพนันกำถั่ว ทำมานานกว่า 15 ปีเหยื่ออื้อ

กองปราบฯ ทลายแก๊ง 18 มงกุฏ ตระเวนหลอกผู้สูงอายุทั่วประเทศ ชวนเล่นพนันกำถั่ว ก่อนร่วมกันโกง รวบ 6 ผู้ต้องหายึดเงินสดกว่า 1 ล้านบาท พบก่อเหตุมานานกว่า 15 ปี มีเหยื่อจำนวนมาก

วันที่ 29 พ.ค.2569 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. ร่วมกันแถลงจับกุม น.ส.พิมพ์ศา หรือหงส์ อายุ 62 ปี นางทิวาลัย หรือหลิน อายุ 71 ปี นายพจน์ อายุ 55 ปี น.ส.สุจิรา อายุ 63 ปี นายปรีดา อายุ 63 ปี และนายธนกฤต อายุ 65 ปี ผู้ต้องหาในความผิดฐาน “อั้งยี่ ซ่องโจร และร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสดกว่า 1 ล้านบาท ทองคำ อาวุธปืน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และธนบัตรปลอมจำนวน 297 ใบ ซึ่งใช้สำหรับจัดฉากสร้างความน่าเชื่อถือ หลอกเหยื่อว่าเป็นกลุ่มผู้มีฐานะร่ำรวย

จากการจับกุมทราบว่าก่อนหน้ามีหญิงผู้เสียหาย อายุ 66 ปี ประกาศขายที่ดินในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย กลุ่มผู้ต้องหาทำทีติดต่อขอซื้อและตีสนิท จากนั้นได้พาผู้เสียหายไปรู้จักกับ “นางหงส์” ที่อ้างตัวเป็นเศรษฐีนี พกเงินสดมาด้วยจำนวนมาก และชักชวนเล่นพนันกำถั่ว

จากนั้นกลุ่มคนร้ายก็สุมหัวสอนวิธีเล่นและกลโกงต่างๆ หวังหลอกเศรษฐีณี จนผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมร่วมลงทุนเล่นพนันรวม 7 ครั้ง สูญเสียทรัพย์สินไปแล้วรวมกว่า 10 ล้าน 8 หมื่นบาท

ต่อมาเมื่อเดือน ก.ย.2568 ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.หัวหิน แต่เนื่องจากคนร้ายใช้ชื่อปลอมและปกปิดตัวตนมาโดยตลอด ทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม กระทั่ง กก.5 บก.ป. รับคดีมาสืบสวนเชิงลึก ก่อนเปิดปฏิบัติการตรวจค้น 2 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด สอบสวนผู้ต้องหาบางรายให้การรับสารภาพในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง แต่ยังปฏิเสธข้อหาอั้งยี่และซ่องโจร

ด้านพล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาก่อเหตุมานานกว่า 15 ปี มีเหยื่อจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ทำให้หลายคนไม่สามารถจดจำใบหน้าหรือรูปพรรณของคนร้ายได้ชัดเจน ส่งผลให้ที่ผ่านมา กลุ่มดังกล่าวหลบหนีการจับกุมมาได้โดยตลอด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างขยายผลเรื่องความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงเป็นปกติธุระ ซึ่งเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน โดยจะรายงานข้อมูลไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิจารณาตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สิน หากพบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ก็จะดำเนินคดีฟอกเงินเพิ่มเติม

ด้าน พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า คำว่า “แก๊งควาย” เป็นศัพท์ท้องถิ่นทางภาคใต้ ใช้เรียกกลุ่มมิจฉาชีพประเภท 18 มงกุฎที่หลอกชาวบ้านเล่นการพนัน โดยขบวนการลักษณะนี้มีมานานกว่า 40 ปี มีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ทั้งคนชักชวนหยื่อ คนสร้างสถานการณ์ และคนร่วมเล่นพนันตบตา
นอกจากนี้ยังพบเดินทางตระเวนหาเหยื่อทั่วประเทศ พร้อมใช้ชื่อปลอมเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ จากการตรวจค้นทั้ง 2 จุด ยังพบเงินสด ทองคำ ธนบัตรปลอม และอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุจำนวนมาก

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้กองปราบปรามได้จัดทำบัญชีเฝ้าระวังบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับ “แก๊งควาย” ทั่วประเทศแล้วจำนวน 63 ราย โดยแต่ละกลุ่มจะกระจายตัวกันก่อเหตุ และรุมหลอกเหยื่อทีละราย ซึ่งคนที่เป็นผู้หาเหยื่อจะได้รับส่วนแบ่งสูงสุดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมขอให้ผู้เสียหายรายอื่นที่เคยตกเป็นเหยื่อ เข้าแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับเครือข่ายทั้งหมดต่อไปด้วย