โพลสำรวจ ศึกชิงผู้ว่าฯกทม.โค้งแรก 24% ยังไม่เลือกใคร ชัชชาติ นำโด่ง

โพลสำรวจศึกชิงผู้ว่าฯกทม.โค้งแรก 24% ยังไม่เลือกใคร “ชัชชาติ” นำโด่ง “ดร.โจ” ที่ 2 ปชน.ขึ้นป้าย “เมืองแคร์คน” กกต.เตือนปมคนดังช่วยหาเสียง

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความนิยมของประชาชนและทิศทางโค้งแรกสนามเลือกตั้ง กทม.69” โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 22-25 พฤษภาคม 2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามพื้นที่เขตทั่วกรุงเทพมหานคร 1,600 ตัวอย่าง

โดยคำถาม 1.หากเป็นคน กทม. มีแนวโน้มจะเลือก สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) แบบใด ร้อยละ 41.6 ระบุว่า จะเลือกผู้สมัครอิสระ ที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง รองลงมา ร้อยละ 20 จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ร้อยละ 17.6 จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้ ร้อยละ 3.6 จะเลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล และ ร้อยละ 17.2 ยังไม่แน่ใจและยังไม่ตัดสินใจ

2.หากเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.วันนี้ มีแนวโน้มจะเลือกใคร ร้อยละ 31.5 เลือก นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองลงมา ร้อยละ 13.1 เลือก นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) ร้อยละ 7.5 เลือกนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.อิสระ ร้อยละ 6.6 เลือก พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเศรษฐกิจใหม่ ร้อยละ 6.2 เลือก ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ ร้อยละ 6.1 เลือก นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อิสระ และ ร้อยละ 4.9 เลือก นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ขณะที่ ร้อยละ 24.1 ยังไม่แน่ใจ และยังไม่ตัดสินใจ

3.เมื่อพิจารณาเทียบกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในปี 2565 พบว่า กลุ่มที่เคยเลือกนายชัชชาติ ปัจจุบัน ร้อยละ 60.7 ยังเลือกนายชัชชาติ ในขณะที่กลุ่มที่เคยเลือก นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ปัจจุบัน ร้อยละ 45.5 จะเลือกนายชัชชาติ กลุ่มที่เคยเลือก นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ปัจจุบัน ร้อยละ 31.0 จะเลือกนายชัชชาติ ร้อยละ 27.4 กลุ่มที่เคยเลือก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. ปัจจุบัน ร้อยละ 29.7 จะเลือกผู้สมัครคนอื่นๆ และ ร้อยละ 22.9 จะเลือกนายชัชชาติ ส่วนกลุ่มที่เคยเลือกนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พบว่า ปัจจุบัน ร้อยละ 49.2 จะเลือก นายชัยวัฒน์ และ ร้อยละ 12.9 จะเลือก นายชัชชาติ

Advertisement

ส่วนกลุ่มที่เคยเลือกผู้สมัครอื่นๆ ร้อยละ 31.1 ยังไม่ตัดสินใจ และกลุ่มที่จำไม่ได้ ไม่ได้ไปใช้สิทธิ และไม่ประสงค์ตอบ พบว่า ร้อยละ 53.8 ยังไม่ตัดสินใจ

4.เมื่อพิจารณาตามพรรคที่เคยเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต ครั้งล่าสุด พบว่า นายชัชชาติมีคะแนนนำในหลายฐานพรรค ได้แก่ ผู้เลือกพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 39.4, พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 37.0, พรรคปชน.ร้อยละ 31.0, พรรคปชป. ร้อยละ 28.3 และพรรคอื่นๆ ร้อยละ 42.0 ขณะที่นายชัยวัฒน์ได้คะแนนสูงในกลุ่มผู้เลือกพรรค ปชน. ร้อยละ 30.9 แต่ใกล้เคียงกับนายชัชชาติ ในกลุ่มเดียวกัน ส่วนนายอนุชา มีคะแนนเด่นในฐานผู้เลือกพรรคปชป. ร้อยละ 23.2 ซึ่งสะท้อนว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มีลักษณะเฉพาะที่อาจไม่เดินตามแนวการเลือกตั้งระดับชาติ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อาจเป็นสนามที่ประชาชนพิจารณาตัวบุคคลและผลงาน ควบคู่กับความชอบทางการเมือง

วันเดียวกัน พรรค ปชน.ได้มีการขึ้นบิลบอร์ดขนาดใหญ่แนะนำตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคหลายจุดทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สยามพารากอน สามเหลี่ยมดินแดง เป็นต้น โดยบิลบอร์ดดังกล่าว ปรากฏข้อความหาเสียงของนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรค ปชน.หมายเลข 10 ในสโลแกน “เมืองแคร์คน” แต่ละป้ายมีนโยบายที่แตกต่างกัน 10 นโยบาย ตามหมายเลขของนายชัยวัฒน์

อาทิ เราจะเพิ่มเส้นทางรถเมล์เชื่อมรถไฟฟ้า มีหลังคาหลบแดดฝน เราจะแก้ปัญหาใบส่วนตัว ใช้บัตรทองหาหมอไม่ต้องรอนาน เราจะลอกท่อ 100% ทุกปี จบปัญหาน้ำรอระบาย เราจะทำเรือเมล์ในคลอง การสัญจรทางน้ำต้องกลับมาฮิตเราจะเพิ่มเส้นทางรถเมล์ เชื่อมรถไฟฟ้า มีหลังคาหลบแดดฝน เราจะลอกท่อ 100% ทุกปี จบปัญหาน้ำรอระบาย เราจะสนับสนุน SMEs ซื้อของร้านค้ารายย่อย ได้ลุ้นรางวัล ฯลฯ

ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่แนวทางการปิดประกาศ เกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและการติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม., ส.ก., นายกเมืองพัทยา และ สมาชิกสภาเมืองพัทยา เพื่อให้ผู้สมัคร ผู้ช่วยหาเสียง และผู้ที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียง เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2563

โดยสาระสำคัญคือ ในกรณีการนำข้อมูลเกี่ยวกับพรรคการเมือง หรือการนำภาพบุคคลเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง จะต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลหรือพรรคการเมืองนั้น และไม่ขัดต่อมาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 และอาจนำภาพผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิก สภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เดียวกันมาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งด้วยก็ได้