เมื่อเราพูดถึงการแสดงทางวัฒนธรรมเกาหลี หลายคนอาจนึกถึงแค่คอนเสิร์ต K-pop ที่เดินสายจัดการแสดงไปทั่วโลกรวมถึงไทย แต่หนึ่งในสิ่งที่เกาหลีใต้มักได้รับการยอมรับคือการนำศิลปะตะวันตกมาผสมผสานความเป็นเกาหลีเข้าไป จนกลายเป็นการตีความใหม่ และการแสดงใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทยร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศเกาหลี (KOFICE) จัดการแสดงบัลเลต์ร่วมสมัยเรื่อง GAT (กัต) ของ คณะบัลเลต์ยุนบยอล ที่โรงละครสยามพิฆฮอลล์ กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นกิจกรรมเปิดฤดูกาลเทศกาลวัฒนธรรมเกาหลี 2026 หรือ Korea Season 2026 ในประเทศไทย
มติชน มีโอกาสเข้าชมการแสดงดังกล่าว และมีโอกาสสัมภาษณ์ ยุน บยอล ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ และ พัค โซยอน ผู้ออกแบบท่าเต้น ของคณะบัลเลต์ยุนบยอลเพื่อเจาะลึกถึงแรงบันดาลใจ และหลักแนวคิดของการแสดงที่นำ “กัต” หรือหมวกโบราณของเกาหลีในสมัยราชวงศ์โชซอน มาผสมผสานกับศิลปะการแสดงของตะวันตกอย่างบัลเลต์ให้กลายเป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมเกาหลีอย่างน่าดึงดูด เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ชม

แต่ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องการสัมภาษณ์ เราต้องมาทำความรู้จักหมวกกัตของเกาหลีเสียก่อน ที่เปรียบเสมือนพระเอกของการแสดงนี้เสียก่อน การแสดงบัลเลต์ร่วมสมัยของคณะยุนบยอลจะแบ่งออกเป็น 9 ชุด ตามหมวกในสมัยโบราณ เช่น ฮึงนิป (หมวกกัตสีดำ) หมวกที่ผู้ชายในสมัยโชซอนมักสวมใส่เมื่อต้องเข้าร่วมงานพิธีการหรือไปข้างนอก จกดุริ (มงกุฎเจ้าสาว) หมวกที่ผู้หญิงมักสวมใส่ในพิธีสำคัญ อย่างพิธีแต่งงาน จูริป (หมวกกัตสีแดง) ที่ข้าราชการระดับสูงในสมัยโชซอนมักสวมใส่คู่กับเครื่องแบบทหาร และ ซัตกัต (หมวกไม้ไผ่ทรงกรวย) หมวกที่ไพร่หรือพระสงฆ์ใช้สำหรับทำกิจกรรมกลางแจ้ง ในเมื่อการแสดงบัลเลต์เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวด้วยภาษากาย แน่นอนว่าท่าเต้นจะต้องเล่าเรื่องราวที่เปลี่ยนไปตามหมวกที่สวมใส่
คณะบัลเลต์ยุนบยอลกำลังได้รับความนิยมในเกาหลีใต้ บัตรเข้าชมการแสดงในเกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้วขายหมดอย่างรวดเร็ว แต่นี่ถือเป็นการแสดงต่างประเทศแบบเต็มวงครั้งแรก และจุดหมายปลายทางแรกคือประเทศไทย พัค โซยอน ผู้ออกแบบท่าเต้นเปิดเผยว่าได้แรงบันดาลใจจากซีรีย์เกาหลีเรื่อง Kingdom แนวสยองขวัญ-ย้อนยุคที่ฉายผ่านทาง Netflix จึงเกิดไอเดียที่จะนำกัต หมวกโบราณของเกาหลีที่ปรากฎในซีรีย์มาถ่ายทอดในรูปแบบของบัลเลต์ร่วมสมัย และคิดว่าน่าจะได้รับความสนใจจากต่างชาติ

ยุน บยอล ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ กล่าวว่าเป็นเกียรติมากที่ได้มาแสดงที่ไทยเป็นที่แรก และขอบคุณคณะผู้จัดงานที่เชิญคณะบัลเลต์ยุนบยอลมาทำการแสดงอันเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลวัฒนธรรมเกาหลี 2026 จริงๆ แล้ว การแสดงบัลเลต์เป็นของชาติตะวันตกแต่อยากนำมาตีความใหม่ให้เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความเป็นเกาหลี เหตุผลที่สร้างผลงานนี้ขึ้นมาเพราะอยากนำเสนอความเท่ของเกาหลีในรูปแบบใหม่ๆ จึงรู้สึกดีใจที่การแสดงนี้ได้รับการตอบรับที่ดีเกินความคาดหมาย
คุณพัคพูดถึงความท้าทายของการแสดงชุดนี้ว่าตั้งแต่เริ่มเกิดแรงบันดาลใจจนมาถึงชุดการแสดงสมบูรณ์อย่างทุกวันนี้ใช้เวลานานถึง 3 ปี เธอต้องใช้เวลาค้นคว้าข้อมูล เลือกเพลงประกอบการแสดง และออกแบบท่าเต้นให้เหมาะกับเนื้อหาที่อยากถ่ายทอด ชาวต่างชาติอาจไม่คุ้นเคยกับหมวกกัตเหมือนกับชาวเกาหลี จึงพยายามออกแบบท่าเต้นที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ ความสวยงามของกัต เล่าประวัติศาสตร์ของเกาหลีเพื่อให้ชาวต่างชาติเข้าใจง่ายขึ้น การออกแบบท่าเต้นก็มีความยากเช่นกัน เพราะตามปกติการแสดงบัลเลต์จะมีบล็อกกิ้งการเต้นแบบแนวตรง แต่การแสดงบัลเลต์กัตจะมีท่าที่ต้องย่อตัวเยอะ มีบล็อกกิ้งการเต้นแบบโค้งเพื่อชูจุดเด่นของหมวกกัต หากใครเคยเห็นหมวกกัตก็จะรู้ว่ามันมีปีกที่ยื่นออกมามาก โจทย์ใหญ่คือการคิดท่าเต้นที่จะไม่ทำให้หมวกตกลงจากหัว หรือการออกท่าทางที่แขนจะต้องสวยงามแต่ต้องไม่กระแทกหมวกจนผิดคิว ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้นักเต้นรู้สึกสบายกับท่าเต้นต่างๆ เช่นกัน ซึ่งกว่าทุกอย่างจะเข้าที่ก็ใช้เวลานานพอสมควร

นอกจากการนำเสนอวัฒนธรรมเกาหลีในรูปแบบใหม่แล้ว การแสดงศิลปะย่อมมีจุดมุ่งหมายให้ผู้ชมรู้สึกผ่อนคลาย คุณยุนกล่าวว่าอยากให้คนที่มาดูลืมความเครียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจหรือสงคราม อยากให้การแสดงบัลเลต์ชุดนี้เป็นที่พักใจ เปิดรับการแสดงศิลปะรูปแบบใหม่ๆ ที่ผู้ชมอาจไม่เคยเห็นมาก่อน
บรรยากาศการแสดงบัลเลต์ที่โรงละครสยามพิฆฮอลล์เนืองแน่น เต็มไปด้วยผู้ชมทั้งคนไทยและคนเกาหลี รวมถึงมีแขกคนสำคัญเข้าร่วมจำนวนมาก เช่น เอกอัครราชทูตจากหลายประเทศ ผลงานการแสดงของคณะยุนบยอลได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ชมในฮอลล์เช่นกัน เพราะสามารถสะกดความสนใจของคนดูได้ตั้งแต่การแสดงชุดแรกคือการเปิดตัวด้วยฮึงนิป หรือหมวกกัตสีดำ ที่เครื่องแต่งกาย ท่าเต้น การจัดแสงไฟบนเวทีทำให้ออกมาดู “เท่” มาก การถ่ายทอดเรื่องราวของหมวกแต่ละประเภทก็ทำได้ดีเช่นกัน อย่างท่าเต้นของการแสดงช่วงฮึงนิปจะมีความหนักแน่น ทรงพลัง เพื่อถ่ายทอดเอกลักษณ์ของตัวหมวก แสดงช่วงซัตกัต หรือ หมวกไม้ไผ่ทรงกรวย จะมีท่าเต้นที่สนุกสนานเหมือนชาวไร่ที่ร้องเพลง-เต้นรำเพื่อผ่อนคลายจากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยในไร่ ส่วนในช่วงการแสดงชุด จกดุริ หรือ มงกุฎเจ้าสาว จะมีท่าเต้นและเครื่องแต่งกายที่น่ารัก สดใส สะท้อนภาพของหญิงสาวที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์

นอกจากหมวกกัตแล้ว คณะยุนบยอลยังใช้ข้าวของอื่นๆ ในการแสดงอย่างพัด หรือ แปรง เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมเกาหลีด้วย ท่าเต้นบนเวทีของนักเต้นทั้ง 22 คนยังมีความร่วมสมัย แฝงกลิ่นอายความ K-pop ไว้อย่างชัดเจน การแสดงความยาว 70 กว่านาทีจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือ ผิวปากจากคนดูที่ประทับใจกับการแสดง บรรยากาศในห้องจัดแสดงหมวกคึกคักขึ้นจนสังเกตได้ หลายคนหยิบหมวกฮึงนิปมาถ่ายรูป หลายคนพูดว่าอยากได้หมวกนี้บ้าง เด็กๆ ที่มาดูโชว์หยิบหมวกขึ้นมาใส่พร้อมกับเต้นรำเลียนแบบนักเต้นบนเวที
ถ้าเป้าหมายของการแสดงคือการเพิ่มความสนใจต่อวัฒนธรรมเกาหลีผ่านหมวกกัต และการสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชม ก็ต้องยอมรับว่าการแสดงครั้งนี้ประสบความสำเร็จในทั้งสองโจทย์ที่ตั้งไว้ แถมยังสร้างความแปลกใหม่ให้กับการถ่ายทอดวัฒนธรรมเกาหลี ด้วยรูปแบบใหม่ที่มีความน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว





