สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่ม หลังจัดถล่มหนัก

สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านเพิ่ม หลังจัดถล่มหนัก

เอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่ออิหร่านเพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ โดยพุ่งเป้าไปที่หน่วยงาน Persian Gulf Strait Authority รวมถึงบุคคลหรือองค์กรใดก็ตามที่ร่วมมือกับหน่วยงานนี้ ซึ่งเพิ่งถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อต้นเดือน เพื่ออนุมัติการเดินเรือผ่านช่องแคบและเรียกเก็บค่าผ่านทางสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ต่อเรือหนึ่งลำ

มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ถือเป็นความพยายามล่าสุดของสหรัฐในการใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจควบคู่กับปฏิบัติการทางทหาร เพื่อผลักดันให้ผู้นำอิหร่านให้บรรลุข้อตกลงยุติสงครามและเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณ 1 ใน 5 ของโลก

ก่อนหน้านี้ สหรัฐก็ได้ดำเนินการยิงโดรนโจมตีของอิหร่านตกและโจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือที่กำลังวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน โดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตนเอง ขณะที่ทรัมป์กล่าว ข้อตกลงใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว ทว่า การเจรจายังคงต้องดำเนินต่อไป

สื่อนอกมองว่า ราคาพลังงานและต้นทุนอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบได้สร้างแรงกดดันทางการเมืองต่อทรัมป์และพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าว ความพยายามล่าสุดของกองทัพอิหร่านในการรีดไถการค้าทางทะเลของโลก เป็นหลักฐานว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจได้ทำให้รัฐบาลอิหร่านสิ้นหวังเรื่องเงินสด

Advertisement

ทั้งนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอ้างว่า การใช้มาตรการควบคุมเป็นเรื่องสำคัญเพราะเส้นทางที่ปลอดภัยเพียงเส้นทางเดียวคือเส้นทางที่กองกำลังได้กำหนดไว้ และเรือลำใดที่ออกนอกเส้นทางจะเผชิญความเสี่ยงจากการโจมตีหลายรูปแบบ

การควบคุมช่องแคบของอิหร่านได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงานทั่วโลก โดยราคาน้ำมัน ก๊าซ และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องพุ่งสูงขึ้น หลังจากสหรัฐและอิสราเอลเริ่มต้นสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าการขนส่งและราคาต่าง ๆ จะกลับสู่ภาวะปกติหลังช่องแคบเปิดอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน สหรัฐได้ปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านมานานกว่า 1 เดือน ซึ่งทรัมป์บอกว่ามาตรการนี้จะยังคงมีผลเต็มรูปแบบต่อไปจนกว่าจะมีการบรรลุ รับรอง และลงนามในข้อตกลง