ยศชนัน พาครอบครัว เปิด บุญบั้งไฟแพรวา ก่อนชมพิพิธภัณฑ์สิรินธร ปลุกชีพ นาคาไททัน ชัยภูมิเอ็นซิส

ยศชนัน พาครอบครัว เปิดงาน บุญบั้งไฟแพรวา ชู ทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น ก่อนชมพิพิธภัณฑ์สิรินธร ปลุกชีพ “นาคาไททัน ชัยภูมิเอ็นซิส” พุ่งเป้าดันกาฬสินธุ์สู่หมุดหมายท่องเที่ยววัฒนธรรม-ความรู้ระดับภูมิภาค

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 30 พฤษภาคม ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วยครอบครัว เดินทางเป็นประธานเปิดงานประเพณีบุญบั้งไฟบ้านโพน (บุญบั้งไฟแพรวา) ประจำปี 2569 ณ โรงเรียนชุมชนโพน ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีคณะ ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย นำโดย นายวิรัช พิมพะนิตย์, นายพลากร พิมพะนิตย์, นายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ รวมถึงนายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ พร้อมด้วย นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ นายกเทศมนตรีเมืองกาฬสินธุ์ และผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด ร่วมให้การต้อนรับอย่างคึกคัก

ในการกล่าวเปิดงาน ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำถึงนโยบายการผลักดันต้นทุนทางวัฒนธรรมของจังหวัดกาฬสินธุ์ให้ก้าวสู่ระดับสากล พร้อมชื่นชมการทำงานของ ส.ส. ในพื้นที่ ที่นำประเด็นวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าสู่สภาฯ อย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า

“พี่น้องชาวกาฬสินธุ์ครับ ส.ส. ของท่านทำงานได้ดีมาก วันนี้ผมก็พาครอบครัวมาคารวะพร้อมด้วยชุดท้องถิ่น… เวลาเข้าสภาก็ได้ใส่ชุดผ้าไหมแพรวา แล้วก็ได้มีการตั้งเรื่องเกี่ยวกับกระทู้และประเด็นต่าง ๆ ในการสนับสนุนผ้าไหมแพรวาให้เป็นศิลปะระดับโลก ผมในฐานะผู้แทนของรัฐบาลก็จะผลักดันเรื่องนี้ให้ดีที่สุด ร่วมกับหลายหน่วยงาน ร่วมกันกับกระทรวงวัฒนธรรม”ศ.ดร.ยศชนัน

Advertisement

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงหัวใจสำคัญของประเพณีบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและสร้างขวัญกำลังใจให้แก่เกษตรกรว่า  งานบุญบั้งไฟแพรวาจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับแรงศรัทธา ความสมัครสมานสามัคคีของพ่อแม่พี่น้องชาวกาฬสินธุ์ทุกคน  วันนี้มีส่วนที่เราจะเริ่มเกี่ยวกับการเกษตร ขวัญกำลังใจในการที่ว่าปีนี้เราจะต้องมีน้ำ ปีนี้ต้องไม่เกิดภัยพิบัติ รัฐบาลพร้อมนะครับที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนของพวกเรากินดีอยู่ดี และสามารถที่จะประกอบอาชีพได้อย่างสมเกียรติ

ในมิติของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ศ.ดร.ยศชนัน เชื่อมั่นว่าประเพณีที่งดงามนี้คือฟันเฟืองสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยกล่าวว่า “วันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมีความสวยงาม แต่ความสวยงามนี้ในความเป็นจริงแล้วมีมูลค่า มีความหมายกับเศรษฐกิจ การจัดงานประเพณีงานหนึ่งเกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมากมาย วันนี้มีชาวต่างชาติเข้ามาร่วม วันนี้เราทำให้งานบุญบั้งไฟแพรวาสามารถที่จะขจรไกลไปสู่สายตาชาวโลก… วันนี้ทั้งหน่วยงานราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จะทำดีที่สุดที่จะทำให้กาฬสินธุ์เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายในการท่องเที่ยว และอยู่ในสายตาของประชาคมโลก”

หลังจากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน ได้ทำการลั่นฆ้องและจุดพลุเสียงเพื่อเปิดงานอย่างเป็นทางการ จากนั้นได้ร่วมชมการแสดงพิธีเปิด และลงมาร่วมฟ้อนรำกับพี่น้องประชาชนชาวชุมชนผู้ไทยบ้านโพนอย่างเป็นกันเอง สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและรอยยิ้ม

จากนั้น ศ.ดร.ยศชนัน และครอบครัว ออกเดินทางต่อไปยัง “พิพิธภัณฑ์สิรินธร” ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อเดินเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ทางธรรมชาติวิทยา ซึ่งมีการจัดแสดงซากกระดูกไดโนเสาร์และความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต โดยระหว่างการรับชม มี ดร.ศิตะ มานิตกุล นักบรรพชีวินวิทยา ผู้ศึกษาวิจัย “นาคาไททัน ชัยภูมิเอ็นซิส” ไดโนเสาร์คอยาวขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่งค้นพบ มาร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ซึ่งระหว่างการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ครอบครัวของ ศ.ดร.ยศชนัน โดยเฉพาะลูกชายและลูกสาว มีความสนใจเป็นพิเศษ