‘ธิษะณา’ ฟาด ‘ปชน.’ ประเมินเกมพลาด ตกเป็นผู้ตาม เชื่อไม่ยอมร่วมลงชื่อเอาผิดเขากระโดงเพราะดีลคดี 44 ส.ส. 

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมสถานการณ์การเมืองในสภาล่าสุด ว่า พรรคประชาชนค่อนข้างที่จะเป็นผู้ตามทั้งเรื่องเงินกู้ 4 แสนล้าน ก็ยื่นตามหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เขาชวนไปร่วมลงชื่อ ก็ไม่ยอมไปร่วมกับเขา แล้วไปบอกว่าร่างของพรรคประชาธิปัตย์ไม่สมบูรณ์แบบ ทั้งที่จริงแล้ว เท่าที่ตนเข้าใจพรรคประชาธิปัตย์มีทีมกฎหมายที่ค่อนข้างเข้มแข็งมาก ถ้าจะเทียบก็คือเก่งที่สุดในประเทศได้เลย เพราะไม่เคยแพ้คดีเวลาฟ้องใคร ไปดูสถิติได้

“แล้วคุณบอกว่าร่างของพรรคประชาธิปัตย์ไม่สมบูรณ์มันเป็นการเล่นการเมืองแบบไปแซะคนอื่น แล้วไม่ใช่ความจริง เขาเก่งกว่าคุณ เอาง่ายๆ พรรคเขาไม่เคยโดนยุบ พวกคุณโดนยุบเรื่องหุ้นสื่อซ้ำซาก ทั้งที่มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก โอเค มันก็อาจจะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เราก็ต้องยอมรับ แต่ความละเอียดรอบคอบ คุณสู้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้อยู่แล้ว แล้วคุณก็ไปกล่าวหาว่าร่างของเขาไม่ดีเท่าของตัวเอง” น.ส.ธิษะณา กล่าว

น.ส.ธิษะณา กล่าวต่อว่า ลักษณะเหมือนนายอภิสิทธิ์จะเป็นผู้นำฝ่ายค้านเสียมากกว่า ทั้งที่มีจำนวน ส.ส. แค่ 20 กว่าคนแล้วโพลที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ก็ได้คะแนนนำโดดเด่นมากกว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แต่นายณัฐพงษ์ก็ออกมาแก้ต่างว่ามีคนหลายคนในพรรคประชาชนที่ติดโพล รวมกันแล้วคะแนนได้มากกว่า ตนคิดว่าคุณอย่าลืมว่าเวลาเข้าคูหากาได้แค่ใบเดียว ตนคิดว่าไม่น่าจะวิเคราะห์โพลอย่างถูกต้อง

เมื่อถามถึง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า สถานการณ์เข้าทางพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว ซึ่งจะเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยการเลือกตั้งทางอ้อมที่ใช้ผู้แทนราษฎรจากสภาล่าง คือ ส.ส. และสภาบน คือ ส.ว. ถ้าถามตนว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ตนก็คิดว่าเป็นประชาธิปไตยระดับหนึ่ง เพราะการเลือกตั้งทางอ้อมก็มาจากการเลือกตั้ง ประชาชนก็เลือกผู้แทน แล้วผู้แทนก็มาเลือก ส.ส.ร. ตนคิดว่าถ้าในบริบทนี้ที่พรรคประชาชนชนะเลือกตั้งได้เสียงข้างมาก เขาจะไม่ออกมาพูดว่าให้การเลือกตั้ง ส.ส.ร. 100% แต่เขาจะให้ผู้แทนเป็นคนเลือก ส.ส.ร. เพราะตัวเขามีจำนวน สส.มากที่สุด

“โครงสร้างนี้เคยมีการพูดกันในพรรคประชาชนว่าจะให้เป็นแบบนี้ คือเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมดีหรือไม่ว่าเราเป็นคนเลือก ส.ส.ร. เพราะตอนนั้น เขามั่นใจว่าจะได้เสียงส่วนมากในรัฐสภา หลังจากที่ชนะเลือกตั้งปี 2566 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก็มีการพูดถึงหลากหลายรูปแบบในการเลือก ส.ส.ร. แต่ยังไม่ได้มีการตกผลึก 100% ว่าจะเป็นอย่างไร แต่การเลือกตั้งทางอ้อมก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เป็นประชาธิปไตย” น.ส.ธิษะณา กล่าว

Advertisement

น.ส.ธิษะณา กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งทางอ้อมไม่ใช่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาผูกขาดแค่หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นสภาล่างที่มาจากการเลือกตั้งด้วย แต่บังเอิญว่ารอบนี้พรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง 190 กว่าเสียง ทำให้ได้เปรียบอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้พรรคเสียงข้างน้อยต้องเสนอร่างของตนขึ้นมา ซึ่งตนก็เห็นด้วยทั้ง 2 รูปแบบ แต่ถ้าได้ร่างของพรรคภูมิใจไทย มันก็จะเอียงไปทางภูมิใจไทย

“แต่นั่นแหละ คุณก็ต้องรับสภาพ เพราะคุณคิดว่าคุณแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดิฉันคิดว่าทางภูมิใจไทยสร้างมาอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนหน้าว่าจะออกมาแบบนี้ เพราะเขาน่าจะเตรียมการก่อนจะยุบสภา ว่าหลังยุบสภา เขาจะต้องชนะเลือกตั้ง ได้เสียงข้างมาก เขาเตรียมโยกย้ายข้าราชการเสร็จสรรพอย่างที่ทุกคนทราบดี พอเขาได้สภาล่าง เขาก็คิดว่ารูปแบบการร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นแบบที่เขาวางไว้“ น.ส.ธิษะณา กล่าว

น.ส.ธิษะณา กล่าวด้วยว่า คุณพูดว่าเป็นระบอบน้ำเงินหรืออะไร แต่ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ก็มาจากการเลือกตั้ง เหมือนกับที่คุณพูดว่าระบอบทักษิณ แต่นายทักษิณ ชินวัตร ก็มาจากการเลือกตั้ง แม้อุดมการณ์เขาจะเป็นแบบไหนก็ตาม

เมื่อถามว่า คนในพรรคประชาชน เช่น น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ก็เคยออกมาเปิดเผยว่าทราบอยู่แล้วว่าฉากการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นแบบนี้ และพรรคประชาชนมีแผนรองรับ มั่นใจได้หรือไม่ว่าจะทำสำเร็จ น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า เขาพูดแบบนี้ทุกครั้ง รอบที่แล้วเขาก็พูดแบบนี้ ก่อนที่จะโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ว่าเขาสามารถควบคุมได้ ด้วยการที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และจะใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจในการควบคุมรัฐบาล สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ กลายเป็นว่าพรรคข้าราชการใหญ่สุด มีการโยกย้ายข้าราชการ แต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) องค์กรอิสระเขาวางไว้หมด

น.ส.ธิษะณา กล่าวต่อว่า ฉะนั้น รัฐบาลเสียงข้างน้อยไม่ได้ช่วยในการกดดันพรรคภูมิใจไทยไม่ให้เติบโตได้ ส่วนแผนที่พรรคประชาชนวางไว้ ตนคิดว่าถ้ามีการประนีประนอม ซึ่งถ้าไม่ประนีประนอมก็ค่อนข้างยากแล้ว เพราะพรรคประชาชนไม่ได้ชนะเสียงข้างมากเหมือนเดิม อำนาจต่อรองก็ค่อนข้างน้อย จะไม่มีใครมาขอเสียงรอบนี้ ครั้งที่แล้วนายอนุทินได้เสียงน้อย จำเป็นจะต้องมาขอเสียงจากประชาชน ในการโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ตอนนี้ไม่ต้องพึ่งพรรคประชาชน แม้จะเป็นทางใดก็ตาม ไม่ว่าคุณจะเสนออะไร มันก็เป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนดไว้อยู่แล้ว ไม่สามารถกดดันเขาได้โดยวิธีทางใดต่อไปเหมือนก่อนหน้านี้

“เหมือนพรรคประชาชนพยายามจะทวงบุญคุณว่าที่ไปโหวตนายกรัฐมนตรีมาให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ดิฉันไม่ได้บอกว่าแนวทางที่พรรคประชาชนเสนอเป็นแนวทางที่ผิด ก็เป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่คุณน่าจะประเมินสถานการณ์พลาด ไม่สามารถกดดันพรรคภูมิใจไทยได้” น.ส.ธิษะณา กล่าว

น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า สถานการณ์ตอนนี้พรรคประชาชนโดนบีบด้วยซ้ำจากคดี 44 ส.ส.อดีตพรรคก้าวไกล เสนอแก้ไขมาตรา 112 และตนคิดว่าที่พรรคประชาชนไม่ได้ร่วมลงชื่อกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญเรื่องเขากระโดง น่าจะเป็นเพราะเรื่องคดี 44 ส.ส.

เมื่อถามว่า เกมของพรรคประชาชนตอนนี้ที่ให้ ส.ส. ออกมาวิจารณ์รัฐบาลอย่างดุเดือด จะสามารถช่วยให้พรรคประชาชน มีกระแสกลับมาได้หรือไม่ น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่นำเสนอว่าคนรับมากน้อยแค่ไหน อย่างเรื่องประกันสังคมก็เป็นชุดข้อมูลที่ดี แต่ตนคิดว่าหากมีการโจมตีด้วยข่าวปลอมเยอะ ก็จะลดความน่าเชื่อถือลง เช่น สนาม กทม. หากเกมของพรรคประชาชนทำอย่างรอบคอบก็เป็นไปได้ที่จะทำให้คะแนนตก ซึ่งหากเราจะเทียบเกมในสภาเรื่องการตรวจสอบ พรรคประชาธิปัตย์เก่งกว่าเยอะ เขาทำมาหลาย 10 ปี เป็นฝ่ายค้านมาตลอดชาติ ในการตรวจสอบก็ต้องดูเกมว่าพรรคประชาธิปัตย์จะตรวจสอบแล้วเห็นผลลัพธ์มากกว่าพรรคประชาชนมากน้อยแค่ไหน สุดท้ายการออกมาพูดทำให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรมจริงมากน้อยแค่ไหน

“คุณออกมาพูดเรื่องประกันสังคม แล้วคุณสามารถผลักดันในการแก้กฎหมายหรือออกประกาศกระทรวง กระทรวงแรงงานจะเอาด้วยกับคุณหรือไม่ ให้เกิดประสิทธิภาพ อย่างนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ทำเรื่องทำฟันฟรี เป็นการเมืองเชิงสร้างสรรค์และเห็นผลเป็นรูปธรรม แก้วคิดว่าประชาชนอยากเห็นอะไรแบบนี้มากกว่า ไม่ใช่ว่าคุณพูดไปเรื่อยๆ ด่าไปเรื่อยๆ เพื่อเอาไลก์ เอาแชร์ เอาความสะใจ แต่สุดท้ายประชาชนไม่ได้ผลประโยชน์อะไรเลยนอกจากได้รับรู้ถึงข้อมูลข่าวสารเพียงเท่านั้น แต่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ ตอบสนองความต้องการของประชาชนจริงๆมันไม่เกิด เหมือนเขาทำงานไม่เป็น ทำได้แค่ออกมาพูด” น.ส.ธิษะณา กล่าว

น.ส.ธิษะณา กล่าวว่า หากเป็นแบบนี้สุดท้ายจะถูกกล่าวหาว่าดีแต่พูด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เคยโดนเรื่องนี้มาก่อนด้วยทั้งที่ก็ดำเนินการเห็นผลเป็นรูปธรรม ในเรื่องการดำเนินคดีผู้กระทำผิด