อาเซียนไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังของจริง เพราะในยามที่ราคาทุเรียนไทยยังไม่ฟื้นตัว ราคา ‘ทุเรียนมาเลเซีย’ ก็วิกฤติไม่แพ้กัน

จากปัญหาที่ทุเรียนล้นตลาดมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ราคาลดลงครึ่งหนึ่ง วันนี้ รัฐบาลมาเลเซียตัดสินใจแก้สถานการณ์ด้วยการส่งออกทุเรียนไปยัง ‘ประเทศจีน’ มากขึ้น ผ่านการขนส่งทางบก เพื่อลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ราว 40%
ปัจจุบัน รัฐบาลมาเลเซียกำลังอยู่ในช่วงเจรจากับทางการจีนว่าจะสามารถบรรทุกทุเรียนผ่านเส้นทางไหนบ้าง รวมถึงตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมายของประเทศทางผ่าน ได้แก่ เวียดนาม ลาว และไทย
รัฐบาลมาเลเซียเชื่อว่า หากเปลี่ยนมาขนส่งทางบกแทน จะทำให้สามารถบรรทุกทุเรียนไปยังจีนมากขึ้น และบรรเทาสถานการณ์ทุเรียนล้นตลาดภายในประเทศได้
ถูกลง แต่ก็ใช้เวลานานขึ้น ต้องหาวิธีรักษาความสดไว้

แน่นอนว่า การขนส่งทางบกจะต้องใช้เวลาเดินทางนานขึ้น โดยในช่วงเดือนมกราคม 2026 รัฐบาลมาเลเซียได้ลองใช้วิธีนี้ในการขนทุเรียน 1 ตันผ่านประเทศไทยไปยังจีนมาแล้ว และใช้เวลาประมาณ 75 ชั่วโมง ต่างจากขนส่งทางอากาศที่ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมง
ด้วยเหตุนี้ จากที่ต้องรอผลทุเรียนร่วงลงมาจากต้นเอง มาเลเซียจึงกำลังศึกษาวิธีการตัดก้านทุเรียนและเก็บมาก่อนที่ผลจะสุก เพื่อป้องกันการเน่าเสียระหว่างการขนส่งที่ใช้เวลานานขึ้น
อย่างไรก็ตาม เกษตรกรและผู้ส่งออกบางรายไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้ เนื่องจากมองว่าที่ผ่านมา จุดขายของทุเรียนมาเลเซียคือการปล่อยให้ผลร่วงลงมาเอง
‘Steven Yam’ ผู้ส่งออกทุเรียนจากปีนัง ที่ทำธุรกิจการขายทุเรียนในรูปแบบโอมากาเสะ ก็ไม่สนับสนุนการเก็บเกี่ยวทุเรียนด้วยการตัดออกจากต้น เพราะกลิ่นและรสชาติจะไม่โดดเด่นเท่าผลที่ร่วงลงมา
หนึ่งในลูกค้าชาวจีนของ Yam ที่อยู่ในธุรกิจค้าส่งอาหารและเครื่องดื่มก็บอกว่า ตนเองชอบทุเรียนจากมาเลเซีย เพราะรสชาติมีความพิเศษไม่เหมือนที่อื่น
ทั้งนี้ หากมาเลเซียจะใช้วิธีการตัดทุเรียนออกมาจากต้นจริงๆ ก็ต้องรอการอนุมัติจากทางการจีนเช่นกัน
ความหวังของทุเรียนอาเซียนคือจีน

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่าทำไมมาเลเซียถึงอยากส่งออกไปที่จีนขนาดนั้น คำตอบก็คือ จีนเป็นประเทศที่รักทุเรียนมาก แต่ยังไม่สามารถปลูกเองให้อร่อยเท่าอาเซียนได้ จึงต้องอาศัยวิธีการนำเข้า
จากข้อมูลของกรมศุลกากรจีน จีนนำเข้าทุเรียนมากขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 294% ต่อปี โดยในไตรมาส 1 ปี 2026 ก็นำเข้ามาราว 156,000 ตันแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นทุเรียนจากไทยและเวียดนาม
ในยุคที่ ราคาทุเรียนตกต่ำลง การส่งออกจึงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้จีนกลายเป็นความหวังของผู้ค้าทุเรียนในหลายประเทศอาเซียน
นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกล่าวว่า ในเดือนสิงหาคม จะเข้าไปคุยกับทางการจีนอีกครั้งว่าสามารถซื้อทุเรียนในประเทศมากขึ้นได้หรือไม่ ด้วยความหวังในการดึงราคากลับขึ้นมา
ต้องติดตามกันต่อไปว่า การเปลี่ยนมาขนส่งทางบกของมาเลเซียจะช่วยระบายสินค้า ลดต้นทุน และเพิ่มราคาทุเรียนในประเทศได้จริงไหม? แต่แล้วไทยล่ะ เรามีมาตรการอะไรบ้าง?
ที่มา: The Straits Times
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา




