
หลังจากที่ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2025/26 ซึ่งเป็นการป้องกันแชมป์ และนับเป็นแชมป์สมัยที่ 8 มากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลไทย ที่สนามธรรมศาสตร์ สเตเดียม เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้ทัพปราสาทสายฟ้าปิดฉากฤดูกาลอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคว้าทริปเปิลแชมป์ ต่อจากแชมป์ไทยลีก และแชมป์สโมสรอาเซียน
การคว้าแชมป์ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่งผลให้ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ดาวเตะจอมเก๋าทีมชาติไทย วัย 36 ปี คว้าแชมป์ที่ 38 ของตัวเองในการเป็นนักเตะอาชีพ ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 4 นักเตะคว้าถ้วยรางวัลมากที่สุดของโลกอย่างเป็นทางการ ตามหลัง ลิโอเนล เมสซี่ ยอดแข้งชาวอาร์เจนไตน์ อันดับ 1 ที่คว้าไปแล้ว 45 แชมป์อยู่ 7 แชมป์ ขณะที่อันดับ 2 มาร์ควินญอส ปราการหลังชาวบราซิเลียน 43 แชมป์ และอันดับ 3 ดาเนียล อัลเวส วิงแบ๊กแซมบ้าเช่นกัน 41 แชมป์
หลังจบการแข่งขัน “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน เปิดเผยว่า สถิติดังกล่าวก็ได้เห็นตามข่าว แต่ส่วนตัวไม่ได้นับแชมป์เลยจริงๆ แค่โฟกัสว่าเล่นถ้วยไหนก็จะคว้าแชมป์ให้ได้ มันก็เป็นสถิติที่ไม่ได้โฟกัสเลยจริงๆ อันนี้ไม่ได้พูดเอาติดหล่อหรืออะไร เพราะไม่ได้โฟกัสเลยว่าจะได้กี่ถ้วยกี่แชมป์ แต่ว่าอยากจะประสบความสำเร็จกับทีมให้มากที่สุดที่ไปเล่นให้กับทีมนั้นๆ
ธีราทร กล่าวอีกว่า จริงๆ อยากเล่นกับบุรีรัมย์จนเลิกเล่น ทุกคนก็รู้ว่าบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ทะเยอทะยาน ตนเองไม่รู้เลยว่า จะไปกับบุรีรัมย์ได้ถึงอายุเท่าไหร่ แต่แค่โฟกัสทุกวันให้ดีที่สุด และรักษาสภาพร่างกายตัวเองให้อยู่กับทีมนานที่สุด
“อย่างที่รู้ว่า บุรีรัมย์ คือทีมที่ดีที่สุดของไทยในตอนนี้ อยากจะอยู่กับ บุรีรัมย์ ให้นานที่สุด ถ้ามีคนมาทดแทนเรา ถึงวันที่ต้องไปก็ต้องยอมรับ ไม่มีใครอยู่ค้างฟ้า วันหนึ่งก็ต้องไป ถ้าเราศักยภาพไม่ถึง วันหนึ่งก็ต้องไป” โก๋อุ้มกล่าวปิดท้าย




