
หน่วยงานสาธารณสุขของบราซิลกำลังเฝ้าจับตาอาการผู้ป่วย 2 รายที่ต้องสงสัยอาจติดเชื้ออีโบลาในนครเซาเปาโลและนครรีโอเดจาเนโร สองเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยรัฐบาลท้องถิ่นในนครเซาเปาโลระบุเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมว่า ชายอายุ 37 ปีรายหนึ่งที่มาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) แสดงอาการ เช่น มีไข้
ส่วนในนครรีโอเดจาเนโร หน่วยงานสาธารณสุขเผยว่าได้เริ่มใช้มาตรการด้านความปลอดภัยหลังจากชายชาวเบลเยียมรายหนึ่งซึ่งเดินทางมาจากประเทศยูกันดา ได้แสดงอาการของการติดเชื้อไวรัส เช่น ไอ หนาวสั่นและท้องเสีย
รายงานระบุว่าผลการตรวจของผู้ต้องสงสัยทั้งสองรายนี้น่าจะทราบผลได้ในสัปดาห์หน้า ซึ่งหากได้รับการยืนยัน ทั้งสองรายนี้จะเป็นผู้ติดเชื้ออีโบลารายแรกนอกทวีปแอฟริกานับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคอีโบลาเริ่มต้นขึ้นในประเทศดีอาร์คองโก
อย่างไรก็ดี ในขณะที่ผู้ป่วย 2 รายนี้ในบราซิลยังคงอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังโรคอีโบลา แต่พวกเขาทั้งสองคนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอื่นแล้ว โดยชายที่มาจากดีอาร์คองโกตรวจพบว่าเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและมีอาการสาหัส ส่วนอีกรายที่เป็นชาวเบลเยียมตรวจพบว่าเป็นโรคมาลาเรีย ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่าการวินิจฉัยดังกล่าวไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะติดเชื้ออีโบลาไปด้วย
ทั้งนี้การรระบาดของโรคอีโบลาในขณะนี้มาจากสายพันธุ์หายาก “บุนดิบูเกียว” ที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน โดยขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยติดเชื้ออีโบลาในดีอาร์คองโกแล้วมากกว่า 1,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 246 ราย และในยูกันดามีรายงานผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 9 ราย และเสียชีวิต 1 ราย
เมื่อวันเสาร์ (30 พ.ค.) ที่ผ่านมา เครือข่ายแพทย์ไร้พรมแดน (MSF) ได้ออกมาเตือนว่าการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วของไวรัสอีโบลาได้ก่อให้เกิด “สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง” โดยมีจำนวนผู้ติดเชื้อที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงเวลาสั้นๆ ของการระบาด
ด้านนายเท็ดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เดินทางมาดูสถานการณ์ในจังหวัดอิตูริซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาในดีอาร์คองโก และกำลังดูแลความพยายามในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคนี้ และถึงแม้จะมีความเป็นไปได้ที่จะมีผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาอยู่นอกทวีปแอฟริกา แต่องค์การอนามัยโลกได้เน้นย้ำหลายครั้งว่าการแพร่ระบาดไปทั่วโลกนั้นเป็นไปได้ยากมาก




