เมื่อเวลา 08.55 น. วันที่ 2 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยมีภารกิจเรียกหลายฝ่ายเข้าหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาทิ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ซึ่งได้หารือเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณ พ.ศ.2570
นอกจากนี้ ได้เรียกหน่วยงานด้านความมั่นคง พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) โดยเข้ามารายงานสถานการณ์ชายแดนใต้ และสถานการณ์น้ำมัน
ขณะเดียวกัน นายอนุทิน ยังได้เชิญ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการกองทัพเรือ (ผบ.ทร.) พร้อมคณะ เข้าหารือการเตรียมความพร้อมการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พ.ศ.2569
ต่อมาเวลา 09.50 น. นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการพูดคุยสันติสุขชายแดนภาคใต้ ในเรื่องรายละเอียดขอให้ไปคุยกับนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ซึ่งในขณะนี้ได้มีการเริ่มเดินหน้าไปบางส่วนแล้ว
เมื่อถามว่า การก่อเหตุมีนัยทำให้การพูดคุยนั้นสะดุดหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในนโยบายเรายังคงดำรงความมุ่งมั่นในการพูดคุยสันติสุข เราให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องในห้วงที่ผ่านมา
เมื่อถามว่า จะเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่กลุ่มผู้ก่อเหตุจะใช้ในการต่อรองหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า อยู่ที่เราจะพิจารณาว่าเขามีข้อเสนออะไร ส่วนจะต่อรองอะไรหรือไม่ คงต้องไปพิจารณากันอีกครั้ง
เมื่อถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถี่เป็นเพราะหน่วยงานด้านความมั่นคงปิดล้อมตรวจค้นที่เข้มข้นใช่หรือไม่ นายฉัตรชัย ย้ำว่า อยากให้หัวหน้าคณะพูดคุยเป็นผู้ชี้แจง แต่เห็นว่ากลุ่มผู้เห็นต่างมีหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ต้องการพูดคุย และกลุ่มที่ต้องการใช้ความรุนแรง เราต้องโน้มน้าวให้มาสู่กระบวนการพูดคุย ซึ่งภายในกลุ่มมีหลากหลายความคิด ในขณะเดียวกันการบังคับใช้กฎหมาย ก็ยังคงดำเนินการ
พร้อมยืนยันว่า ในส่วนของสมช. ซึ่งเป็นหนึ่งในฝ่ายเลขาฯของคณะพูดคุย ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง และยอมรับว่าจะมีการประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลในเร็ววันนี้ ในขณะที่สมช.ขอประเมินสถานการณ์ ก่อนที่จะเรียกประชุมใหญ่เนื่องจากมีการประชุมตามวงรอบเพื่อสรุปสถานการณ์อยู่แล้ว และยังเชื่อว่าสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองยังคงรับมือได้






