
“น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ตอกย้ำภารกิจ “ช้างเคียงข้างวงการฟุตบอลไทย” เดินหน้าสนับสนุนและพัฒนาเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านเวทีลูกหนังรุ่นอายุ 13 ปีระดับประเทศ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ก้าวตามความฝัน ในรายการ “Chang Junior Cup 2026” ที่สุดของรายการแข่งขัน มุ่งมั่นพัฒนาเยาวชน ชิงรางวัล Dream Prize สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อม “Most Talented Player” และ “Chang Sportsmanship Awards” ร่วมเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ระดับโลกที่ประเทศอังกฤษ
Chang Junior Cup 2026 รอบชิงแชมป์ประเทศไทย จัดพิธีจับสลากแบ่งสายการแข่งขัน โดยมี โรจนสิทธิ์ มีนิจสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง พร้อมด้วย สุวิทย์ ปรางค์จันทร์ ประธานการจัดการแข่งขัน “Chang Junior Cup 2026” และตัวแทน 16 ทีมเข้าร่วมพิธีที่ห้องประชุม อาคารไทยเบฟ ควอเตอร์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน
โรจนสิทธิ์ มีนิจสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง กล่าวว่า Chang Junior Cup 2026 ปีนี้ ได้รับการตอบรับอย่างยอดเยี่ยมจากเยาวชนทั่วประเทศ โดยมีทีมเยาวชนสมัครเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 300 ทีมจากทั่วประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนที่มีมาตรฐานระดับประเทศ โดยทำการการแข่งขันรอบคัดเลือก 6 ภูมิภาค จนได้ 10 ทีมตัวแทนจากทั่วประเทศ ผ่านเข้าสู่รอบชิงแชมป์ประเทศไทย เพื่อเข้าแข่งขันกับทีมสโมสรชั้นนำของประเทศไทยจำนวน 6 ทีม รวมทั้งสิ้น 16 ทีม ที่จะมาฟาดแข้งเพื่อชิงรางวัล Dream Prize เดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ทางด้านกีฬาฟุตบอลยังแหล่งต้นกำเนิดฟุตบอลของโลกที่ประเทศอังกฤษแบบยกทีม พร้อมรางวัลนักเตะผู้มีพรสวรรค์ หรือ “Most Talented Player” จำนวน 1 รางวัล และอีกหนึ่งรางวัลสำคัญของรายการ คือ “Chang Sportsmanship Awards” รางวัลสำหรับนักกีฬาผู้แสดงออกถึงความมีน้ำใจนักกีฬายอดเยี่ยมตลอดททั้งทัวร์นาเมนท์
ซึ่ง “ช้าง” ให้ความสำคัญและส่งเสริมผ่านการสนับสนุนกีฬาในทุกระดับมาอย่างต่อเนื่อง จำนวน 2 รางวัล รวมทั้งสิ้น 3 รางวัล ที่จะได้ไปเปิดประสบการณ์ฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษกับทีมแชมป์ในปีนี้ ทั้งได้เข้าชมการแข่งขันฟุตบอล ลงสนามฝึกทักษะฟุตบอลแบบแอดวานซ์กับโค้ชชั้นนำที่สนามซีเกรฟ ซึ่งเป็นสนามซ้อมระดับโลก และแข่งขันแมตช์กระชับมิตรกับอะคาเดมีชั้นนำของประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่เงินหาซื้อได้ พร้อมรางวัลพิเศษและทุนการศึกษาอีกมากมาย
ตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีที่ผ่านมา Chang Junior Cup ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเยาวชนไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีนักเตะจำนวนมากที่เติบโตจากเวทีแห่งนี้ก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ สโมสรชั้นนำ และทีมชาติไทย สะท้อนบทบาทของ Chang Junior Cup ในฐานะเวทีสำคัญในการสร้างรากฐานและส่งต่อโอกาสให้เยาวชนไทยได้ก้าวตามความฝันบนเส้นทางฟุตบอลอย่างต่อเนื่อง อาทิ “แบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา กองหน้ายอดเยี่ยม ปี 2015 จากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, “ต้า” ทรงชัย ทองฉ่ำ แชมป์ปี 2013 สโมสรชลบุรี เอฟซี, “หนึ่ง” ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว ที่เคยลงแข่งขันให้กับเมืองทอง ยูไนเต็ด ในปี 2014 ปัจจุบันสังกัดสโมสรชลบุรี เอฟซี, “พีม” สิทธา บุญหล้า ชุดแชมป์ปี 2017 จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี สังกัดการท่าเรือ เอฟซีในปัจจุบัน รวมทั้งดาวรุ่งดวงใหม่ “ซีโฟร์” คคนะ คำยก MVP ชุดแชมป์ปี 2017 จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี สังกัดสโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด รวมถึงนักเตะเยาวชนอีกจำนวนมากที่ได้สร้างชื่อเสียงทั้งในไทยลีกและเวทีต่างประเทศ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ “ช้าง” ในการพัฒนาฟุตบอลไทยสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง
Chang Junior Cup 2026 รอบชิงแชมป์ประเทศไทย มีทีผ่านเข้ารอบทั้งสิ้น 16 ทีม ประกอบด้วย โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา แชมป์โซนภาคตะวันออก, โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ – กาญจนาฟอเรสต์ แชมป์และรองแชมป์โซนภาคใต้, โรงเรียนบ้านเก่าวิทยา แชมป์โซนภาคกลาง, โรงเรียนโสมาภาพัฒนา แชมป์โซนภาคเหนือ, อะคาเดมี หนองบัวพิชญ เอฟซี – เบส อะคาเดมี แชมป์และรองแชมป์ โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ อุทัยธานี เอฟซี – โรงเรียนปทุมคงคา – เจ้าสัวน้อย แชมป์ รองแชมป์ และอันดับที่ 3 จากโซนกรุงเทพฯและปริมณฑล ร่วมดวลแข้งกับทีมเยาวชนจากสโมสรชั้นนำของประเทศ ประกอบด้วย ชลบุรี เอฟซี แชมป์ล่าสุดปี 2025 ดีกรีแชมป์ 3 สมัย, โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี แชมป์ 6 สมัย, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี รองแชมป์ปี 2019, โปลิศ เทโร เอฟซี อันดับที่ 3 ปี 2025, ทหารบก เอฟซี อันดับที่ 4 ปี 2025 และราชนาวี เอฟซี
โดยมีผลการจับสลากแบ่งกลุ่มการแข่งขัน ดังนี้
กลุ่ม A ได้แก่ ชลบุรี เอฟซี, โรงเรียนปทุมคงคา, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อะคาเดมี และโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี
กลุ่ม B ได้แก่ อุทัยธานี เอฟซี, ราชนาวี เอฟซี, โปลิศ เทโร เอฟซี และอะคาเดมี หนองบัวพิชญ เอฟซี
กลุ่ม C ได้แก่ ทหารบก เอฟซี, เบส อะคาเดมี, เจ้าสัวน้อย และโรงเรียนโสมาภาพัฒนา
กลุ่ม D ได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา, โรงเรียนบ้านเก่าวิทยา, กาญจนาฟอเรสต์ และโรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ
โรจนสิทธิ์ มีนิจสิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การแข่งขันในปีนี้ไม่เพียงเฟ้นหาสุดยอดทีมเยาวชนของประเทศ แต่ยังมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของนักเตะรุ่นใหม่ในทุกมิติ ผ่านประสบการณ์การแข่งขันที่เข้มข้น การเรียนรู้จากโค้ชและบุคลากรฟุตบอลคุณภาพ รวมถึงโอกาสในการเปิดประสบการณ์ด้านฟุตบอลระดับโลก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญในการต่อยอดสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต โดยได้รับความร่วมมือจาก สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้, บริษัท บูทรูม จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดกีฬาแบรนด์อาริ และบริษัท มอลเทน (ไทยแลนด์) จำกัด ที่มาร่วมพัฒนาและยกระดับวงการฟุตบอลไทยสู่สากล”
สำหรับ “Chang Junior Cup 2026” รอบชิงแชมป์ประเทศไทย จะเริ่มแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม ที่สนามไทยเบฟ ฟุตบอล อะคาเดมี กรุงเทพฯ ในวันที่ 3 – 5 มิถุนายน 2569 ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายแข่งขันวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ส่วนรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ จะทำการแข่งขันในวันที่ 13 – 14 มิถุนายน 2569 ที่สนามอินทรีจันทรสถิตย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ โดยทีมแชมป์จะได้ไปเปิดประสบการณ์ที่ประเทศอังกฤษแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ฝึกซ้อมที่สนามซีเกรฟ ศนามซ้อมระดับโลก เข้าชมการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษแบบติดขอบสนาม พร้อมลงแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตรกับอะคาเดมีของเกาะอังกฤษ ส่วนรองชนะเลิศจะได้รับทุนการศึกษา 50,000 บาท อันดับที่ 3 จะได้รับทุนการศึกษา 30,000 บาท และอันดับที่ 4 จะได้รับทุนการศึกษา 20,000 บาท
นอกจากนี้ รางวัลพิเศษสำหรับนักเตะฝีเท้าดีที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของวงการฟุตบอลไทย ได้แก่ ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม, กองหลังยอดเยี่ยม, กองกลางยอดเยี่ยม, กองหน้ายอดเยี่ยม, รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม หรือ Most Valuable Player (MVP) และรางวัลนักเตะผู้มีพรสวรรค์ หรือ “Most Talented Player” จำนวน 1 รางวัล พร้อมรางวัลพิเศษ “Chang Sportsmanship Awards” จำนวน 2 รางวัล รวมทั้งสิ้น 3 รางวัล ที่จะได้ไปเปิดประสบการณ์ฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษกับทีมแชมป์ในปีนี้
ติดตามข่าวสาร ผลการแข่งขัน และรับชมการถ่ายทอดสด “Chang Junior Cup 2026” ได้ที่ Facebook และ Youtube : ThaiBev ThaiTalent




