ป.ป.ช. ลุยสอบเพิ่ม สมบัติ ธรธรรม ปมร่วมตกแต่งบัญชี้ทรัพย์สินฯ บิ๊กโจ๊ก-ภริยา หากพบผิดจ่อสาวคดีเก่า

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน รายงานข่าวจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการไต่สวนกรณีกล่าวหา นายสมบัติ ธรธรรม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งอนุกรรมการเรื่องกล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 1 อนุกรรมการเรื่องกล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ 2 อนุกรรมการ เรื่องกล่าวหาประจำสำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ และอนุกรรมการกลั่นกรองการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินประจำสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ 1 กับพวก จัดทำพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าใช้เป็นเอกสารประกอบการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคล โดยมิชอบ

โดยได้พิจารณาสำนวน บก.ปปป. 1420 หน้า ที่ระบุว่า นายสมบัติ ธรธรรม นายจัตุรงค์ พานิซเจริญ และ น.ส.อารยา งามล้วน เจ้าหน้าที่ของ สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกันกระทำผิดในการตกเเต่งบัญชีทรัพย์สินเเละหนี้สินของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และภริยา ที่ต้องยื่นต่อสำนักงาน ป.ป.ช. โดยที่ประชุมได้พิจารณาแล้วและมีความเห็นว่าให้ไต่สวนนายสมบัติเพิ่มเติม พร้อมเปิดโอกาสให้นายสมบัติได้ชี้แจงในเร็วๆ นี้

แหล่งข่าว กล่าวว่า หากกรณีนี้มีมูลความผิดคณะกรรมการไต่สวนฯ จะเสนอความเห็นให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติ และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายตามลำดับ ขณะเดียวกันยังพบว่านายสมบัติกับพวกมีสำนวนข้อกล่าวหาอื่นๆ ที่พัวพันกับสำนวนข้างต้นอีกหลายสำนวน ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. กำลังดำเนินการอย่างรัดกุม เพื่อให้ทันกับกรอบระยะเวลาในการไต่สวนคดีทุจริตของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 48 คือ 2 ปี ขยายได้อีก 1 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติเคยทำหน้าที่ที่ปรึกษากรรมการ ป.ป.ช. เเละคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. หลายสมัย และยังพบว่านายสมบัติเคยลงสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ ป.ป.ช. แต่ไม่ผ่านความเห็นของ ส.ว. โดยมีเสียงเห็นชอบ 110 เสียง ไม่เห็นชอบ 84 เสียง แต่ผลคะแนนเห็นชอบไม่เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา (125 คะแนน) ทำให้มติของที่ประชุมมีผลไม่เห็นชอบให้นายสมบัติ รับตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.)

นอกจากนี้ปลายเดือน มี.ค. 2567 นายสมบัติได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำเเหน่งอนุกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ประจำสำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและการรัฐวิสาหกิจ 1 (ในสังกัดของนายเอกวิทย์) เพราะช่วงนั้น บก.ปปป. ส่งสำนวนให้สำนักงาน ป.ป.ช.พิจารณาความผิดของนายสมบัติกับพวกที่ร่วมกระทำผิดในกรณีตกแต่งบัญชีทรัพย์สินฯของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันยังพบว่า นายสมบัติได้ไปทำหน้าที่ที่ปรึกษาและผู้ปฏิบัติงานประจำกรรมการ กสทช. (นายสมภพ ภูริวิกรัยวงศ์) ตามคำสั่งสำนักงาน กสทช. ที่ 912/2567) ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของบุคลากรในสำนักงาน กสทช.กับคำสั่งดังกล่าวเพราะนายสมบัติถูก บก.ปปป.ตั้งข้อกล่าวหาข้างต้น

จากนั้นปลายปี 2568 บช.ก.ได้แจ้งข้อหา พล.ต.อ.สุรเขษฐ์ นายสมบัติ กับพวก (รวมถึงนายเอกวิทย์) ว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์กับพวกร่วมให้สินบนทองคำ 246 บาท แก่นายเอกวิทย์ ก่อนที่นายเอกวิทย์จะพิจารณาสำนวนคดีเว็บพนันออนไลน์ ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา โดยพบว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย อดีตตำรวจที่ใกล้ชิด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ถูกสั่งให้นำทองคำ 246 บาท ไปให้นายเอกวิทย์ที่ลานจอดรถสมาคมชาวปักษ์ใต้ฯ เขตทวีวัฒนา กทม.ในวันที่ 1 ก.ย. 2567 ต่อมานายสมบัติได้เจรจากับ พ.ต.อ.ภาคภูมิให้ไปรับทองคำคืนจากนายเอกวิทย์ และให้ยึดถือทองคำนั้นเป็นของตัวเองไป เเต่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปฏิเสธ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมายังพบว่านายสมบัติกับ น.ส.สุภา ปิยะจิตติ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.เเละอดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง เคยปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริหาร ขสมก. (บอร์ดขสมก.) ปี2542 และถูกร้องเรียนมาที่สำนักงาน ป.ป.ช.ว่ามีส่วนทุจริตใน ขสมก. 2 ประเด็น

โดยมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 13 ส.ค.2558 ที่มี นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ปฏิบัติหน้าที่ประธาน ป.ป.ช. เเละนายวิชา มหาคุณ ในฐานะกรรมการ ป.ป.ช.ขณะนั้น พบว่านายวิชาร่วมลงมติข้างต้นด้วย โดยวันนั้นมีมติว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณารายงานการไต่สวนของอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงดังนี้

1.กรณีข้อกล่าวหา นายพีระพงศ์ อิศรภักดี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กับพวกรวม 14 คน คือ กรณีช่วยเหลือบริษัท เอสแมพ จำกัด ด้วยการลดหนี้ค่าเช่าเนื้อที่โฆษณารถโดยสารธรรมดาที่บริษัทคงค้าง โดยการลดหนี้ดังกล่าว รัฐวิสาหกิจสามารถทำได้ ดังนั้นข้อเท็จจริงกรณีนี้ จึงฟังไม่ได้ว่ามีการช่วยเหลือบริษัทเอกชนรายนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป

2.กรณีการประกวดราคาให้เช่าเนื้อที่โฆษณารถโดยสารปรับอากาศ และรถโดยสารปรับอากาศยูโรทู เมื่อ พ.ศ. 2543 โดยมติคณะกรรมการปปช.มีมติว่า บอร์ด ขสมก.มีอำนาจแก้ไขรายละเอียดหรือเงื่อนไขที่ประกาศกำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาให้เช่าเนื้อที่โฆษณาดังกล่าว และไม่จำต้องยกเลิกการประกวดราคาหากเกิดประโยชน์แก่ขสมก. คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติให้ข้อกล่าวหานี้ตกไป

ส่วนผู้ถูกกล่าวหาคือนายสมบัติ ธรธรรม และพล.ต.ต.วันชัย วิสุทธินันท์ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า ได้ยกคำกล่าวหาขึ้นพิจารณาเกิน 10 ปี จึงไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่จะดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง

แหล่งข่าว กล่าวว่า มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. คราวนั้นลงมติว่า กรณีนี้แม้มีความผิด แต่การกระทำตามข้อกล่าวหาเกินเวลา 10 ปี คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงให้เหตุผลไม่รับไว้ไต่สวน แต่ทราบว่าในขณะนั้นสำนวนนี้มีเอกสารชัดเจนที่จะเอาผิดได้ อีกทั้งมีข้อถกเถียงว่าคดีดังกล่าวยังไม่ขาดอายุความในการชี้มูลการกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. บางคน ไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว จึงถูกจับตาและไม่เปิดโอกาสให้ขยับตำแหน่งหน้าที่นับแต่นั้นมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นางสาวสุภา นั้นถูกไต่สวนทั้งสองกรณีในฐานะบอร์ดขสมก. ชุดดังกล่าว เเละเมื่อมติข้างต้นปรากฏ นางสาวสุภา จึงไม่ถูกชี้มูลความผิดเเละทำหน้าที่จบครบวาระ