วิโรจน์ ไขที่มา ‘ระบอบอากง’ ผู้รับเรื่องท็อกซิกๆ ยุคชัชชาติ เวลาเจอก๊วนส.ก.มาดีลประโยชน์

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เบอร์ 12 พรรคเศรษฐกิจ เตรียมแถลงข่าวเปิดโปง “ระบอบอากง” เบื้องหลังการการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม และการจัดซื้อจัดจ้าง ในยุคนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม. ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. (อิสระ) เบอร์ 9 ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ โดยมีเนื้อหาดังนี้

“ผมคิดว่า ถ้ามีหลักฐานการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง ก็ร้องเรียนไปที่ ป.ป.ช. ได้เลยครับ ผมเห็นด้วยกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอยู่แล้ว แต่ในข่าวนี้ ผมสะดุดอยู่คำหนึ่ง นั่นก็คือ “ระบบอากง” เอาว่า ผมขออนุญาตอธิบายคำๆ นี้ ในมุมที่ผมรับทราบมาดีกว่า ผมเข้าใจว่า คำว่าระบบอากง น่าจะหมายถึงถึง ทีมงานอาวุโสท่านหนึ่งของ อ.ชัชชาติ ที่มีหน้าที่ต้องคอยไปเจรจากับ ส.ก. กลุ่มหนึ่ง ในเรื่องงบประมาณอยู่เสมอ เรียกว่าเจรจากันจนเหนื่อยก็ว่าได้ครับ

“เท่าที่ผมรู้ ใน กทม. มี ส.ก. กลุ่มหนึ่ง ที่คอยแพคกันเป็นทีม เวลาที่ผู้ว่าฯ จะเอางบประมาณ หรือเอาข้อบัญญัติใดๆ มาผ่านสภา กทม. ส.ก.กลุ่มนี้ ก็จะยกทีมมาขอต่อรองผลประโยชน์กับผู้ว่าฯ อยู่ร่ำไป ที่ผ่านมาก็จะมีทีมงานอาวุโสท่านนี้นี่ล่ะครับ ที่คอยรับหน้าเสื่อ รับแรงกดดันแทนผู้ว่าฯ ต้องมาเสียเวลาต่อรองนั่นโน่นนี่ แถมยังต้องเจอกับคำข่มขู่ประมาณว่า ถ้าผู้ว่าฯ ไม่ยอมให้พ่อค้า หรือผู้รับเหมาของ ส.ก. กลุ่มนี้ ได้งานจากงบ กทม. ส.ก. กลุ่มนี้ ก็จะไม่ยกมือให้ หรือไม่ก็จะรุมกันตัดงบโครงการต่างๆ ที่ผู้ว่าฯ เสนอเข้ามายังสภา กทม.

“คือการดีลกับคนพวกนี้มัน Toxic มากครับ ต้องอาศัยลูกล่อลูกชน แข็งบ้าง อ่อนบ้าง เอาน้ำเย็นเข้าลูบบ้าง เอาน้ำร้อนสาดบ้าง เข้าใจว่า ส.ก.กลุ่มนี้ คงจะเกลียดทีมงานของ อ.ชัชชาติ คนนี้ น่าดู

“เอาจริงๆ นะครับ การที่ อ.ชัชชาติ ต้องมาเจอกับอะไรที่ Toxic แบบนี้ตลอด 4 ปี ถ้าจะให้พูดก้นตรงๆ นั่นก็เป็นเพราะว่า อ.ชัชชาติ ไม่มีทีม ส.ก. เป็นของตัวเองนี่ล่ะครับ ถ้าเผอิญเจอ ส.ก.ดี ก็ดีไป ถ้าโชคร้ายเจอ ส.ก. ที่ไม่ดี ก็ต้องทำใจรับเคราะห์กันไป

Advertisement

“การที่ อ.ชัชชาติ ไม่ส่งทีมส.ก. ผมก็เข้าใจอาจารย์อยู่นะครับ เพราะการส่งทีมส.ก. นั้นมีภาระในการสรรหา และคัดเลือกค่อนข้างมาก และการสร้างทีม ก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย และใจคนเราก็ยากแท้หยั่งถึง ก่อนมีตำแหน่งก็ดีๆ กันอยู่ พอหลังมีตำแหน่งเปลี่ยนไปเป็นอีกคนเลยก็มี เอาเป็นว่าจะส่งทีมส.ก. หรือไม่ส่ง มันก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ของแบบนี้สไตล์ใครสไตล์มัน แล้วแต่ความถนัดในการบริหารจัดการของแต่ละคนเลยครับ

แต่ประเด็นสำคัญที่ผมต้องการจะสื่อในโพสต์นี้ ก็คือ ส.ก.เป็นตำแหน่งที่สำคัญมากครับ เพราะมีหน้าที่ในการผ่านงบประมาณ และออกข้อบัญญัติเพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบาย ให้กับผู้ว่าฯ รวมทั้งเป็นตัวแทนของประชาชนในเขตในแขวง ในการติดตามตรวจสอบเร่งรัดการทำงานของผู้ว่าฯ ตลอดจนประสานงานในการทำงานกับข้าราชการกทม. เอาเป็นว่า ถ้าส.ก.ดี ผู้ว่าฯ ก็ทำงานง่าย ถ้าส.ก.ร้าย ผู้ว่าฯก็ปวดหัวครับ

ระบบอากง ที่ผมรู้มา ก็ประมาณนี้ล่ะครับ”