
ไนกี้ (Nike) แบรนด์ผลิตภัณฑ์กีฬาชื่อดังระดับโลก เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาที่ชื่อว่า “Rip The Script” ต้อนรับการแข่งขันมหกรรมฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก จะเป็นเจ้าภาพร่วมกันในระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน – 19 กรกฎาคม โดยรวมซุปเปอร์สตาร์ดังหลากหลายวงการเอาไว้อย่างคับคั่ง
ภาพยนตร์โฆษณา Rip The Script เต็มไปด้วยนักเตะดังระดับโลกเริ่มจาก คีเลียน เอ็มบัปเป้ แนวรุกทีมชาติฝรั่งเศส, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ ปราการหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์, วินิซิอุส จูเนียร์ ดาวเตะบราซิล, เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ กองหน้านอร์เวย์ และที่ขาดไม่ได้คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุปเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส รวมถึงแข้งดังคนอื่นๆ อีกมากมาย และอดีตตำนานแข้งระดับโลกด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการปรากฏตัวของ ลิซ่า (Lisa) – ลลิษา มโนบาล ศิลปินชาวไทยจากวงเกิร์ลกรุ๊ป BLACKPINKซึ่ง เข้ามาร่วมในฉากที่มีแฟนๆ เข้ามารุมล้อมขอลายเซ็น รวมทั้งนักเตะทีมชาติเม็กซิโกอย่าง ราอูล ฆิมิเนส ก็ยังมีล่าลายเซ็นของลิซ่าด้วย
อีกทั้งยังมีศิลปินนักแสดงและนักร้องดังระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น คิม คาร์ดาเชียน นักร้องด้ง, ทราวิส สก็อตต์ แรปเปอร์ระดับโลก และนักกีฬาบาสเกตบอลระดับตำนานอย่าง เลบรอน เจมส์ ร่วมแจมในภาพยนต์โฆษณาชุดนี้ด้วย
สำหรับ Rip The Script เป็นภาพยนตร์โฆษณาความยาวประมาณ 6 นาทีของ Nike ที่เปิดตัวก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 โดยใช้แนวคิดหลักว่า “ฉีกบทเดิมๆ” และเล่นฟุตบอลด้วยสัญชาตญาณ ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าที่จะทำสิ่งที่คาดไม่ถึง แทนการยึดติดกับแผน หรือสูตรสำเร็จ
เรื่องราวเกิดขึ้นในสตูดิโอภาพยนตร์ขนาดใหญ่สไตล์ฮอลลีวูด ที่ทุกอย่างถูกวาง “สคริปต์” ไว้แล้ว แต่เหล่านักฟุตบอลระดับโลกกลับเลือกที่จะ “ออกนอกบท” ทำให้เกิดความวุ่นวาย สนุกสนาน และเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่คาดเดาไม่ได้ ซึ่ง Nike ใช้เป็นสัญลักษณ์ของเสน่ห์ที่แท้จริงของฟุตบอล
“Rip The Script” ไม่ได้ขายรองเท้าหรือสินค้าโดยตรง แต่ขาย “แนวคิดและตัวตนของแบรนด์ Nike” ว่าเป็นแบรนด์ที่อยู่ข้างนักกีฬาที่กล้าคิดต่าง กล้าสร้างสรรค์ และกล้าทำลายข้อจำกัดเดิมๆ ในเชิงภาพยนตร์ โฆษณาใช้โครงสร้างแบบ “เมต้า” (หนังที่พูดถึงการสร้างหนัง) โดยให้ตัวละครทำลายบทที่ถูกเขียนไว้ เพื่อสะท้อนข้อความว่า “ความยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจากการทำตามบท แต่เกิดจากการเขียนบทใหม่ด้วยตัวเอง”
It was all going to plan until instincts took over…
Rip The Script pic.twitter.com/la43icZaAu
— Nike (@Nike) June 4, 2026




