หัวหน้า กกต.เกาหลีใต้ ลาออกจากตำแหน่ง ปมบัตรเลือกตั้งไม่พอ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน หัวหน้าคณะกรรมการการเลือกตั้งของเกาหลีใต้ แถลงว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่ง เพื่อรับผิดชอบต่อกรณีที่บัตรเลือกตั้งไม่พอในบางเขต ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้กระทบต่อการลงคะแนนเสียงและทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนจำนวนมาก

นายโน แท อัค หัวหน้า กกต.เกาหลีใต้ กล่าวว่า เขาไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ สำหรับความล้มเหลวที่เกิดขึ้น ซึ่งทำลายผลประโยชน์และความมุ่งมั่นของประชาชนในการมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตยและทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจในกระบวนการเลือกตั้ง

ทั้งนี้ นายโน ซึ่งยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการอิสระตามธรรมเนียม ในฐานะผู้พิพากษาศาลฎีกา รวมถึงคณะกรรมการบริหารขนาดใหญ่ ที่กำกับดูแลการเลือกตั้งทั้งหมดในประเทศ กล่าวว่า จะจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญภายนอก เพื่อตรวจสอบสาเหตุของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และเขายอมรับผลที่ตามมาจากการตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของ กกต. เกาหลีใต้ กล่าวในการแถลงข่าวในภายหลังว่า บัตรลงคะแนนใน 50 หน่วย ได้หมดลง และต้องจัดหาใหม่ ในขณะที่มีหน่วยเลือกตั้งอีก 22 แห่ง ที่การลงคะแนนต้องหยุดชะงัก เนื่องจากการส่งบัตรเลือกตั้งล่าช้า โดยเกาหลีใต้ มีหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศราว 14,300 แห่ง

ข่าวระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องรอเป็นชั่วโมง บางแห่งต้องรอจนถึงกลางคืน หลังจากที่หน่วยเลือกตั้งปิดอย่างเป็นทางการเวลา 18.00 น. ในวันที่ 3 มิ.ย. รวมถึงหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งในเขตซงพา ของกรุงโซล ซึ่งฝูงชนที่โกรธแค้นได้ตั้งด่านปิดกั้น และขัดขวางเจ้าหน้าที่ไม่ให้ขนย้ายหีบลงคะแนน หลังจากสิ้นสุดเวลาการลงคะแนน

Advertisement

โดยผู้ประท้วงยังคงอยู่ท่ามกลางสายฝนตลอดทั้งคืน จนถึงเช้าวันที่ 5 มิ.ย. เมื่อตำรวจหลายร้อยนายถูกส่งเข้าไปคุ้มกันเจ้าหน้าที่คณะกรรมการเพื่อนำหีบลงคะแนน 2 หีบสุดท้ายออกมา และการนับคะแนนได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในช่วงบ่ายวันศุกร์ ที่ 5 มิ.ย.

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของ กกต.เกาหลีใต้ กล่าวว่า บัตรลงคะแนนถูกพิมพ์สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการเลือกตั้งในวันที่ 3 มิ.ย. เนื่องจากมีผู้ออกไปใช้สิทธิล่วงหน้า 2 วัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจำนวนมาก ซึ่งจำนวนบัตรลงคะแนนทั้งหมดที่พิมพ์สำหรับ 3 วันของการลงคะแนน คิดเป็น 73 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด

ขณะที่อัตราการใช้สิทธิเลือกตั้งขั้นสุดท้ายอยู่ที่ 63 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการเลือกตั้งนายกเทศมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด เจ้าหน้าที่อำเภอ และสมาชิกสภาท้องถิ่น

ทั้งนี้ การขาดแคลนบัตรเลือกตั้ง ได้ก่อให้เกิดเสียงประท้วงอย่างรุนแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลยอมรับว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการละเลยการปกป้องสิทธิประชาธิปไตยในการออกเสียงเลือกตั้งของประชาชน