
นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา ตั้งคำถามกรณีให้สิทธิบัตรทองซื้อยาฮอร์โมนข้ามเพศได้ ทั้งที่ สปสช. กำลังเผชิญวิกฤติงบประมาณ ผู้ป่วยมะเร็ง-ไต ยังรอคิว
จากกรณีรัฐบาลประกาศข่าวดีรับ Pride Month สามารถใช้สิทธิบัตรทอง ซื้อยาฮอร์โมนข้ามเพศได้ โดยพร้อมบริการภายในเดือนมิถุนายนนี้
นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ก ระบุว่า ยินดีกับ transgender ทุกคนที่ได้รับสิทธิ์ใหม่ แต่ผมขอตั้งคำถามถึง สปสช. ในฐานะหมอและวุฒิสมาชิกครับ
รัฐประกาศเพิ่มยาฮอร์โมนข้ามเพศ 8 รายการเข้าสิทธิบัตรทอง คาดเริ่มกระจายยาได้ภายใน 3 วันนี้ (10 มิ.ย.) ใน 50 หน่วยบริการทั่วประเทศ
ผมเข้าใจในสิทธิของกลุ่มคนข้ามเพศ และไม่ได้ปฏิเสธว่าเขาเหล่านั้นไม่ควรได้รับการดูแลด้านสุขภาพ
แต่ในฐานะแพทย์ที่เห็นระบบสาธารณสุขไทยจากข้างในมานาน ขอถามตรง ๆ ว่า…
ตอนนี้ สปสช. มีเงินพอไหม?
เรารวยขนาดนั้นเลยหรือครับ?
ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำลังเผชิญปัญหาวิกฤติงบประมาณ
คลินิกชุมชนอบอุ่นหลายแห่งขาดทุน และยุติการให้บริการ
โรงพยาบาลชุมชนขาดยาพื้นฐาน
ผู้ป่วยมะเร็งบางรายยังเข้าไม่ถึงยาที่จำเป็น
ผู้ป่วยที่ต้องล้างไตยังรอคิวอยู่
สิทธิในการมีสุขภาพทีดีเป็นสิทธิ์ของทุกคน แต่เมื่องบประมาณมีจำกัด เราต้องพูดเรื่องลำดับความสำคัญอย่างตรงไปตรงมาครับ
การข้ามเพศเป็นเรื่องส่วนตัวที่เข้าใจได้
แต่ยาฮอร์โมนข้ามเพศไม่ใช่ยาที่รักษาโรคที่คุกคามชีวิต พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด คือ
“ไม่ให้ฟรีก็ไม่ตาย”
คนอยากใช้ก็น่าจะซื้อใช้เองได้ ขณะที่เงินภาษีของคนทั้งประเทศนั้นมีไม่มากพอสำหรับทุกอย่าง
คำถามจึงไม่ใช่ว่า “ควรหรือไม่ควร” แต่คือ “ถึงเวลาแล้วหรือยัง ประเทศเรารวยขนาดนั้นแล้วหรือ? และสุดท้ายใครได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจครั้งนี้บ้าง?“
นโยบายสาธารณสุขที่ดี ต้องตอบได้ว่า สิ่งที่เลือกทำคุ้มค่ากว่าสิ่งที่ต้องสละไปจริงหรือเปล่า
หากท่านผู้กุมเงินอยู่ในมือ คือ สปสช. คิดได้แล้ว จะประกาศยกเลิก ก็คงไม่มีใครคิดตำหนิ แต่ตรงข้ามน่าจะได้รับคำสรรเสริญจากคนที่มีสติปัญญาทั้งประเทศนะครับ
ท่านผู้อ่านคิดเห็นอย่างไร?
นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย
สมาชิกวุฒิสภา
ทั้งนี้ มีผู้แสดงความคิดเห็นผ่านคอมเมนต์เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับโพสต์ อาทิ ควรดูแลคนเจ็บป่วยที่รอการรักษามากกว่า





