รบ.แจงไทยประนอม UNCLOS ไม่กระทบอธิปไตย บัวแก้วเคลียร์ยิบ ยันไม่มีผลบังคับทางกม.

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีมีความกังวลเกี่ยวกับประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ประเด็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า รัฐบาลขอทำความเข้าใจกับประชาชนว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นเรื่องของการหารือและพิจารณาแนวเขตทางทะเลตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่การเจรจาเพื่อพัฒนาพื้นที่ร่วมกันหรือแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากร นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ได้อธิบายต่อสาธารณชนและทูตกว่า 70 ประเทศ ชัดเจนว่าการเข้าสู่กระบวนการตาม UNCLOS เป็นกลไกทางกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อหาทางออกในประเด็นการกำหนดเขตแดนทางทะเลยังมีความเห็นแตกต่างกัน ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งเขตพัฒนาร่วม หรือการแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่ดังกล่าว

น.ส.รัชดากล่าวว่า รัฐบาลไทยมีจุดยืนในการกำหนดเขตแดนทางทะเลให้มีความชัดเจน เป็นที่ยอมรับตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่ต้องดำเนินการก่อนเรื่องอื่นทั้งหมด เพื่อรักษาสิทธิ อธิปไตย และผลประโยชน์ของประเทศชาติในระยะยาว และการที่ไทยเข้าร่วมกระบวนการตาม UNCLOS เป็นการใช้กลไกสากลที่ทั้งสองประเทศเป็นภาคีร่วมกัน เพื่อให้การพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใส อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และหลักกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยยอมรับข้อเรียกร้องของอีกฝ่าย หรือยอมรับแนวทางใดล่วงหน้านายกฯยืนยันว่าจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ โดยประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการต่างประเทศ หน่วยงานด้านความมั่นคง และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างเต็มที่ ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ดำเนินการใดกระทบต่ออธิปไตยของชาติ กระบวนการ UNCLOS จะต้องมีเป้าหมายเพื่อสร้างความชัดเจนเรื่องเขตแดนทางทะเลตามหลักสากลก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่การพัฒนาพื้นที่ร่วมกัน และไม่ใช่การยกผลประโยชน์ของชาติให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เผยแพร่ข้อมูลการประนอม (Conciliation) ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea 1982 : UNCLOS) คืออะไร ไว้อย่างน่าสนใจความว่า การประนอม (Conciliation) คืออะไร การประนอม คือการเจรจาที่มีบุคคลที่สาม (เป็นที่ยอมรับของทั้งสองฝ่าย) ช่วยเหลือ และบุคคลที่สามมีหน้าที่ให้คำแนะนำ (recommendation) เท่านั้น ผลลัพธ์ของการประนอม “ไม่มี” ผลผูกพันทางกฎหมายต่อคู่กรณี การประนอมภายใต้ UNCLOS มี 2 แบบ และมาจากข้อบทแตกต่างกัน 1.การประนอมโดยสมัครใจ Voluntary Conciliation (ข้อ 284) ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง “เชิญ” อีกฝ่ายเข้าร่วมกระบวนการประนอม ขณะเดียวกันอีกฝ่ายหนึ่งสามารถปฏิเสธไม่เข้าร่วมก็ได้ และทั้งสองฝ่ายสามารถร่วมกันกำหนดประเด็น 2.การประนอมภาคบังคับ Compulsory Conciliation (ข้อ 298) กรณีคู่พิพาทประกาศไม่ยอมรับอำนาจการระงับข้อพิพาทที่มีผลผู้พันทางกฎหมายเรื่องการแบ่งเขตทางทะเล ศาลและอนุญาโตตุลาการ (เช่น ประเทศไทย) จะต้องยอมรับการประนอมภาคบังคับ โดยอีกฝ่ายไม่สามารถปฏิเสธการเข้าร่วมได้ และฝ่ายเริ่มกระบวนการเป็นผู้กำหนดประเด็น ทั้งนี้ การประนอมไม่ใช่ศาล และไม่ใช่อนุญาโตตุลาการ แต่เป็นเวทีอธิบายจุดยืนและหาข้อยุติร่วมกัน

กต.ระบุว่า แล้วกระบวนการประนอมภาคบังคับเป็นอย่างไร ตั้งองค์คณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) 5 คน แต่ละฝ่ายตั้งฝ่ายละ 2 คน และหลังจากนั้นกรรมาธิการ 4 คน ร่วมกันคัดเลือกคนที่ 5 จะเป็นประธาน คณะกรรมาธิการประนอม จะต้องพยายามช่วยเหลือคู่พิพาทให้สามารถตดลงหาทางออกอย่างฉันมิตร โดยการรับฟังคู่พิพาทและมีข้อเสนอแนะสำหรับทางออกที่สามารถเป็นข้อยุติร่วมกันได้ ในภาพรวม ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 ปี นับจากการจัดตั้งคณะกรรมาธิการฯ สำหรับ ผลจากการประนอมภาคบังคับ คณะกรรมาธิการฯ มีรายงาน (report) จะเป็นข้อเสนอแนะ (recommendation) ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่มีน้ำหนักทางการเมืองและภาพลักษณ์ระหว่างประเทศสูง คู่พิพาทจะต้องเจรจาบนพื้นฐานของรายงานนั้นต่อไป พันธกรณีจะต้องเจรจาบนพื้นฐานของรายงาน แม้รายงานจะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย แต่หากเป็นการประนอมภาคบังคับ คู่พิพาทมีพันธกรณีจะต้องเจรจากันต่อไป บนพื้นฐานของรายงาน