อิหร่านโต้กลับ ถล่มฐานทัพมะกันใน จอร์แดน-บาห์เรน-คูเวต

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า ได้โจมตีฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน บาห์เรน และคูเวต ต่อเป้าหมาย 21 แห่งในภูมิภาคอ่าวอาหรับเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐต่ออิหร่านวันเดียวกัน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ระบุว่า เป็นการโจมตีเพื่อตอบโต้ที่อิหร่านทำให้เฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐตกบริเวณช่องแคบฮอร์มุซเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า

การปะทะกันครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในการเผชิญหน้าทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ทั้งสองประเทศตกลงหยุดยิงกันในเดือนเมษายน

การโจมตีของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงเป้าหมายในคูเวตและบาห์เรน มีขึ้นหลังจากกองทัพสหรัฐโพสต์ข้อความบน X ว่า ได้โจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศ สถานีควบคุมภาคพื้นดิน และสถานีเรดาร์ตรวจการณ์ของอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ

การยกระดับความรุนแรงครั้งล่าสุดยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อโอกาสในการบรรลุข้อตกลงยุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลและอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งทำให้อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวอาหรับที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ และทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเกือบเป็นอัมพาต ทั้งที่ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซของโลก

การโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ก่อนที่กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) จะโพสต์ข้อความก่อนเวลา 21.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐว่า ปฏิบัติการสิ้นสุดลงแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยว่า เป้าหมายของอิหร่านเกือบ 20 แห่งถูกโจมตี

Advertisement

สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า เกาะเคชม์และเมืองท่าซีริกในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซตกเป็นเป้าหมายการโจมตี โดยสื่ออิหร่านอ้างแหล่งข่าวท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ว่า ได้ยินเสียงระเบิดในเมืองบันดาร์อับบาส และต่อมาในพื้นที่ใกล้เมืองจาสก์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซ

ขณะที่ IRGC ระบุว่า เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ พวกเขาได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีเป้าหมาย 4 จุดภายในฐานทัพอัลอัซร็อกของสหรัฐในจอร์แดน โดยเป้าหมายดังกล่าวยังรวมถึงโรงเก็บเครื่องบินขับไล่ F-35 และศูนย์บัญชาการและควบคุม พร้อมเตือนว่าพร้อมจะดำเนินการตอบโต้อย่างรุนแรงและเด็ดขาด หากสหรัฐเปิดฉากโจมตีเพิ่มเติม

กองทัพจอร์แดนแถลงเมื่อวันพุธว่า สามารถสกัดและยิงทำลายขีปนาวุธ 5 ลูกที่ถูกยิงจากอิหร่านมุ่งหน้าสู่ฐานทัพอัลอัซร็อกได้สำเร็จ พร้อมระบุว่าเศษซากจากปฏิบัติการดังกล่าวตกลงในดินแดนจอร์แดน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน

กองทัพคูเวตระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศกำลังรับมือกับเป้าหมายทางอากาศที่เป็นภัยคุกคาม และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของทางการ หลังจาก IRGC ประกาศว่าได้ส่งโดรนโจมตีฐานทัพอาลี อัล ซาเลมของสหรัฐในคูเวต

ก่อนหน้านั้น IRGC ยังระบุว่า ได้ใช้โดรนโจมตีกองเรือที่ 5 ของสหรัฐในบาห์เรน และขู่ว่าจะตอบโต้รุนแรงยิ่งขึ้น หากการสู้รบยังดำเนินต่อไป

กระทรวงมหาดไทยบาห์เรนระบุว่า ได้มีการเปิดสัญญาณไซเรนเตือนภัย และขอให้ประชาชนรีบเข้าหาที่หลบภัย ขณะที่ที่ปรึกษาด้านสื่อของกษัตริย์บาห์เรนโพสต์บนเอ็กซ์ในเวลาต่อมาว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดการโจมตีของอิหร่านได้สำเร็จ

เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า การประเมินเบื้องต้นพบว่าขีปนาวุธและโดรนเกือบทั้งหมดที่อิหร่านยิงออกมาถูกสกัดได้ และในขณะนั้นยังไม่มีรายงานความเสียหายต่อกำลังพลหรือฐานทัพของสหรัฐ ส่วนกระทรวงกลาโหมสหรัฐยังไม่ได้แสดงความเห็นในทันที

ด้านราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 1% ในการซื้อขายช่วงเช้าของตลาดเอเชียวันพุธ หลังสถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น