ใต้คอนโดในซอยทองหล่อ 18 มีประตูไม้บานหนึ่งที่ไม่มีแม้แต่ป้ายชื่อร้านซ่อนตัวอยู่ เบื้องหลังบานประตูนั้นคือ บ้านลำไย ร้านอาหารไทยสุดโฮมมี่ที่กำลังเป็นหนึ่งในร้านอาหารที่น่าจับตามองไม่น้อย
แม้ภายนอกร้านจะดูเรียบง่าย ไม่พยายามเรียกร้องความสนใจ แต่สิ่งที่รออยู่ภายในกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะนี่เป็นร้านอาหารไทยที่รสชาติหนักแน่น จัดจ้านตรงไปตรงมา ถ่ายทอดผ่านฝีมือของ เชฟตู่-ชลิตา เชฟสาวที่เติบโตมากับพื้นที่แห่งนี้ ก่อนออกไปศึกษาศาสตร์อาหารฝรั่งเศสและสั่งสมประสบการณ์ในวงการอาหารอยู่หลายปี จนตัดสินใจกลับมาเปิดร้านของตัวเองอีกครั้งในชื่อของคุณยายผู้เป็นแรงบันดาลใจ หลังเรียนจบสายอาหารฝรั่งเศส เธอเลือกกลับมาศึกษาอาหารไทยอย่างจริงจัง ทำงานร่วมกับเชฟรุ่นใหญ่ รวมถึงตระเวนจัด Pop-up Kitchen ตามไวน์บาร์และร้านอาหารต่างๆ ก่อนกลับมาเปิดประตูบ้านต้อนรับแขกอีกครั้งในรูปแบบที่เป็นตัวเอง
บ้านลำไยแห่งนี้เลยเป็นร้านอาหารไทยที่หยิบความทรงจำเรื่องกับข้าวบ้านของที่บ้าน มาตีความใหม่ ผ่านวัตถุดิบตามฤดูกาลจากเกษตรกรทั่วประเทศ จับคู่กับไวน์ สาโทคราฟต์ และเครื่องดื่มท้องถิ่นที่ช่วยขับรสชาติของอาหารให้โดดเด่นยิ่งขึ้น


The Vibe
ความรู้สึกแรกหลังผลักประตูไม้เข้าไปก็ได้เจอกับความอบอุ่น โฮมมี่ที่ตัดขาดจากความคึกคักของทองหล่อด้านนอกอย่างสิ้นเชิง ภายในร้านมีไม่กี่โต๊ะ บรรยากาศราวกับกินข้าวในบ้าน
กลิ่นพริกแกงคั่วลอยออกเป็นระยะ เสียงพูดคุยของผู้คนดังคลอเบาๆ ภายในร้านยังคงเก็บร่องรอยของบ้านหลังเดิมเอาไว้ เพราะสถานที่แห่งนี้คือพื้นที่ที่เชฟตู่เติบโตมาและใช้ชีวิตอยู่มาตั้งแต่วัยเด็ก



The Taste
เมนูที่นี้ไม่ได้พยายามเป็นร้านอาหารไทยโบราณ หรือร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งที่เต็มไปด้วยเทคนิคซับซ้อน สิ่งที่อยู่บนโต๊ะคืออาหารไทยที่เราคุ้นเคย ตั้งแต่ยำ ผัด แกง ของทอด ไปจนถึงของหวาน แต่ความพิเศษอยู่ที่รสชาติต่างหาก
ก่อนอาหารจะทยอยมาเสิร์ฟ ทางร้านมีข้าวให้เลือก 2 แบบ ทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวดอยผสมข้าวพญาลืมแกง ซึ่งเติมได้ไม่อั้นตลอดมื้อ และสำหรับร้านที่อาหารรสชาติจัดจ้านขนาดนี้ เราขอแนะนำให้สั่งข้าวดอยไว้ตั้งแต่คำแรก เพราะสุดท้ายคุณน่าจะต้องขอเติมเพิ่มอีกอย่างแน่นอน
เราเริ่มต้นมื้อด้วย แตงโมเย็นหน้าปลาแห้ง (185 บาท) จานเรียบง่ายที่ปลุกต่อมรับรสได้ดีเกินคาด ความหวานฉ่ำเย็นของแตงโมตัดกับความเค็มและกลิ่นหอมของปลาแห้งได้อย่างลงตัว เป็นคำเปิดมื้อที่สดชื่นและชวนให้ตั้งตารอจานถัดไป



จากนั้นเข้าสู่โหมดจริงจังกับ ปีกไก่ลา(บ)ภ ข้าวเหนียว น้ำปลาหวาน (380 บาท) เมนูที่สะท้อนความขี้เล่นของเชฟได้อย่างชัดเจน ปีกไก่ถูกเลาะกระดูกออกอย่างประณีต ก่อนยัดไส้ด้วยข้าวเหนียวนุ่มๆ ด้านนอกเคลือบด้วยเครื่องลาบเหนือรสเข้มและน้ำปลาหวานฉ่ำ เมื่อบีบมะนาวเพิ่มเล็กน้อย ทุกองค์ประกอบกลับเชื่อมเข้าหากันอย่างน่าประหลาด เป็นหนึ่งในจานที่เราจดจำได้มากที่สุดของมื้อนี้
อีกจานที่สร้างความประทับใจไม่แพ้กัน กุ้งก้ามกรามสะดุ้งไฟ พริกขี้หนูร้อยเม็ด (520 บาท) กุ้งก้ามกรามตัวโตถูกย่างจนได้ระดับความสุกกำลังดี เนื้อยังคงเด้งรสหวาน ก่อนถูกปกคลุมด้วยพริกขี้หนูคั่วจำนวนมหาศาลที่มอบความเผ็ดร้อนแบบไม่ประนีประนอม เป็นจานที่ทั้งจัดจ้าน สนุก และชวนให้ตักข้าวตามแทบทุกคำ
ฝั่งยำ เราได้ลอง คอหมูย่างรมควัน ยำมะม่วงแรด ซอสมะขาม (380 บาท) ซึ่งโดดเด่นด้วยกลิ่นรมควันที่หอมชัดของเนื้อคอหมู ความเปรี้ยวสดของมะม่วงแรดและซอสมะขามช่วยตัดความมันได้อย่างพอดี ทำให้จานนี้มีทั้งความสดชื่นและมิติของรสชาติในคำเดียว



แม้แต่เมนูคลาสสิกอย่าง ผัดไทยบ้านลำไย (270 บาท) ก็ยังทำออกมาได้ดี เส้นจันท์เหนียวนุ่มเคลือบซอสอย่างทั่วถึง รสชาติกลมกล่อมโดยไม่มีความหวานหรือเปรี้ยวโดดจนเกินไป
แต่หากต้องเลือกจานซิกเนเจอร์เพียงหนึ่งเดียวบนโต๊ะ คงหนีไม่พ้น แกงแขกแพะลำไยอบแห้ง เสิร์ฟคู่ข้าวมันขมิ้น (680 บาท) หม้อแกงที่รวมความเข้มข้นของเครื่องเทศ ความนุ่มละลายของเนื้อแพะ และความหวานธรรมชาติจากลำไยอบแห้งเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ยิ่งรับประทานคู่กับข้าวมันขมิ้นหอมๆ ยิ่งช่วยขับรสชาติของแกงให้ลุ่มลึกขึ้นไปอีกขั้น
และปิดท้ายมื้อด้วย หม้อแกงบ้านลำไย คุกกี้มะพร้าวคั่ว (240 บาท) ของหวานที่นำขนมไทยคุ้นเคยมาตีความใหม่ในรูปแบบร่วมสมัย เนื้อหม้อแกงเนียนละมุนคล้ายแฟลน ขณะที่คุกกี้มะพร้าวคั่วช่วยเพิ่มทั้งกลิ่นหอมและสัมผัสกรุบกรอบ เป็นจานสุดท้านที่ปิดจบได้นุ่มนวล




Good for
สำหรับใครที่หลงใหลในอาหารไทยรสชาติถึงพริกถึงขิง และกำลังมองหาร้านกินดื่มที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้มานั่งกินข้าวที่บ้าน เราว่าบ้านลำไยคือหนึ่งในร้านที่ไม่ควรมองข้าม รสมืออันหนักแน่น ความใส่ใจในวัตถุดิบ และบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง ทำให้ห้องเล็กๆ ใต้คอนโดแห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์เกินขนาดพื้นที่
Baan Lamyai | บ้านลำไย
Address: ซอยทองหล่อ 18 ตึก Thonglor Tower
Open: เปิดวันพฤหัสบดี-อาทิตย์ เวลา 17.30-00.00 น. (ปิดวันจันทร์-พุธ)
Contact: Baan Lamyai
Budget: ราคา 400-1,000 บาทต่อคน




