สหรัฐ-อิหร่าน บรรลุกรอบยุติสงคราม-เปิดฮอร์มุซ ลงนามศุกร์นี้ที่สวิส น้ำมันร่วง 4%

สหรัฐและอิหร่านระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในกรอบเพื่อยุติสงครามระหว่างกัน ยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐต่ออิหร่าน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ความตกลงเบื้องต้นดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงทันที อย่างไรก็ตาม ประเด็นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงต้องเข้าสู่การเจรจาเพิ่มเติมในอนาคต

“ข้อตกลงกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านเสร็จสมบูรณ์แล้ว” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นในกรุงวอชิงตัน ซึ่งตรงกับเช้าวันนี้ตามเวลาไทยว่า โพสต์ของเขามีขึ้นไม่นานหลังจากที่ นายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถาน ซึ่งประเทศของเขาทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจา ประกาศว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงได้ในช่วงเช้าของวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น

บันทึกความเข้าใจ (MOU) ดังกล่าวมีกำหนดลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์นี้ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แต่รายละเอียดที่ชัดเจนของข้อตกลงยังไม่ได้รับการเปิดเผยในทันที โดยนายชารีฟระบุผ่าน X ว่า ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้มีการยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบโดยทันทีและถาวร ซึ่งรวมถึงในเลบานอนด้วย

ทั้งนี้ ประเด็นเลบานอนถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้เจรจาติดขัด เนื่องจากอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงโจมตีกันต่อเนื่องในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ทรัมป์และฝ่ายอื่นๆ จะเรียกร้องให้ยุติการสู้รบก็ตาม

สำนักเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านออกแถลงการณ์ว่า สงครามและปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน จะยุติลงอย่างถาวรตั้งแต่คืนวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน เป็นต้นไป

Advertisement

ขณะที่อิลราเอลยังไม่มีปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการต่อการประกาศดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้อิสราเอลยืนยันว่า ตนเองไม่ได้เป็นคู่เจรจาในการหารือระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน

ทรัมป์ยังระบุด้วยว่า ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และถูกอิหร่านปิดกั้นมานานหลายเดือน จะกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งในวันศุกร์มรา 19 มิถุนายนนี้ และเขาได้สั่งยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐแล้ว

“เรือทั่วโลก สตาร์ตเครื่องยนต์ได้แล้ว ปล่อยให้น้ำมันไหลเวียนอีกครั้ง!” ทรัมป์เขียนในโพสต์ของเขา

ข่าวการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกร่วงลงทันที โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 4% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันจันทร์ ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสของสหรัฐลดลงมากกว่า 4.6% ส่วนตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างคึกคัก

แมทธิว มิลเลอร์ อดีตโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐในรัฐบาลโจ ไบเดน ให้ความเห็นว่า ทรัมป์ได้ยอมอ่อนข้อให้อิหร่านในประเด็นสำคัญหลายเรื่อง เพื่อแลกกับการกลับไปสู่สถานการณ์เดิมก่อนที่เขาจะเริ่มต้นสงคราม

“เราไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านจะได้รับการแก้ไขในท้ายที่สุด แต่ตอนนี้อิหร่านได้แสดงให้โลกเห็นแล้วว่า สามารถใช้เศรษฐกิจโลกเป็นตัวประกัน และทำให้ได้รับบางอย่างจากสหรัฐเป็นสิ่งตอบแทน” มิลเลอร์กล่าว

ด้าน คาเซม การิบาบาดี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า จะมีการเจรจาข้อตกลงฉบับที่ครอบคลุมมากขึ้นภายในช่วงหยุดยิง 60 วัน ซึ่งจะรวมถึงประเด็นการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านด้วย ด้านแหล่งข่าวสหรัฐระบุว่า เรื่องโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นอ่อนไหว จะถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในการเจรจาครั้งต่อๆ ไป

วุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม ซึ่งเป็นหนึ่งในนักการเมืองสายแข็งที่มีจุดยืนต่อต้านอิหร่านอย่างชัดเจน กล่าวชื่นชมข้อตกลงดังกล่าว แต่ระบุว่าจะมีการติดตามการเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่า ภายใต้กฎหมายของเรา ข้อตกลงนิวเคลียร์ใดๆ กับอิหร่านจะต้องถูกส่งให้สภาคองเกรสพิจารณาและลงมติ โดยเขแสดงความยินดีกับทุกฝ่ายที่ทำให้มาถึงจุดนี้ได้

ในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก ทรัมป์ได้ตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2015 ซึ่งเจรจาโดยรัฐบาลของ อดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา ข้อตกลงดังกล่าวเปิดทางให้มีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน แลกกับการจำกัดโครงการนิวเคลียร์และยอมรับการตรวจสอบจากนานาชาติ

หลังจากนั้น อิหร่านได้เร่งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม จนมีวัสดุนิวเคลียร์ที่ได้รับการเสริมสมรรถนะในระดับใกล้เคียงกับที่ใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์มากกว่า 400 กิโลกรัม และแนวทางต่อยูเรเนียมเสริมสมรรถนะดังกล่าวคาดว่าจะเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของการเจรจารอบต่อไป

ข้อตกลงฉบับนี้เกิดขึ้นแม้ในวันอาทิตย์จะยังมีการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งอิหร่านและทรัมป์ โดยก่อนหน้านี้ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล มีความเห็นไม่ตรงกับทรัมป์ในเรื่องที่สหรัฐต้องการให้อิสราเอลลดปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน เพื่อเปิดทางให้สหรัฐสามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้

อิสราเอลยืนกรานว่าจะยังคงมีเสรีภาพในการดำเนินปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน ขณะที่อิหร่านถือว่าการหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ในเลบานอนเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเจรจา

สำนักข่าว N12 ของอิสราเอลรายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งว่า  ทรัมป์ได้โทรศัพท์แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อตกลงสันติภาพให้เนทันยาฮูรับทราบเมื่อวันอาทิตย์

ขณะที่ทรัมป์กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ โดยเรียกเนทันยาฮูว่าเป็น “คนเจ้าปัญหา” และบอกด้วยว่า ผู้นำอิสราเอลควรขอบคุณเขาที่ช่วยปกป้องอิสราเอลจากการเผชิญหน้ากับอิหร่านที่มีอาวุธนิวเคลียร

ก่อนมีการประกาศข้อตกลง เจ้าหน้าที่อิหร่านระดับสูงรายหนึ่งเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ภายใต้ร่างข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐจะยอมปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกอายัดไว้ ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งระบุว่า ข้อตกลงสุดท้ายจะนำไปสู่การรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และกำจัดคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะระดับสูงออกไปทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิหร่านยืนยันว่า ร่างข้อตกลงจะอนุญาตให้อิหร่าน ซึ่งปฏิเสธมาตลอดว่ามิได้ต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ สามารถลดระดับความเข้มข้นของยูเรเนียมเสริมสมรรถนะภายในประเทศของตนเองได้ แทนที่จะต้องส่งออกหรือทำลายทิ้งทั้งหมด